
กลยุทธ์ขบวนการยาเสพติด
ปัญหายาเสพติดเปรียบไปก็เหมือนแมวไล่จับหนู
ฝ่ายหนึ่งพยายามหลบเลี่ยงการจับกุม โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ติดตามจับกุมได้ยากยิ่งขึ้น ทั้งวิธีการลำเลียงและรูปแบบยาเสพติด
อีกฝ่ายก็หามาตรการป้องกันปราบปราม แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นลักษณะไล่ตามมากกว่าจะวิ่งนำ
ตอนนี้มีข่าวลือหนาหูในแวดวงยาเสพติดเล็ดลอดออกมาทำนองว่า ขบวนการค้ายาเสพติดได้พัฒนาตัวยาบ้าให้ปราศจากกลิ่น รูปรสยังเหมือนเดิม แต่กลิ่นเจือจางหรืออาจจะถึงขั้นไม่มีกลิ่นให้ติดตามเบาะแสได้เหมือนเก่า
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงงานของตำรวจจะยากยิ่งขึ้น
นั่นคือรูปแบบยาที่เปลี่ยนไป ส่วนวิธีการที่เปลี่ยนแปลง คือ ตอนนี้มีการใช้ผู้หญิงไทยขนยาเสพติดข้ามชาติ
ปัญหานี้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการประชุมเรื่องป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ 14 ประเทศ
หลายฝ่ายแสดงความกังวลที่แก๊งแอฟริกันตะวันตก ที่ใช้ไทยเป็นฐานส่งออกยาเสพติด ใช้ผู้หญิงไทยในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันนี้
ถ้าเราไม่รีบจัดการกับปัญหานี้ ปล่อยให้ลุกลามขยายวง นอกจากไทยจะถูกมองเป็นประเทศส่งออกยาเสพติดแล้ว ต่อไปเวลาเดินทางไปต่างประเทศ ผู้หญิงไทยอาจจะถูกจับจ้องเป็นพิเศษ ในฐานะผู้ต้องสงสัยขนยาเสพติดอันดับต้นๆ แม้ว่าพวกเธอแค่เดินทางไปท่องเที่ยวก็ตาม
เหมือนเช่นครั้งหนึ่งผู้หญิงไทยเคยถูกมองว่าเดินทางไปขายตัว ทั้งที่บางคนมีงานการทำเป็นหลักแหล่ง หรือไม่ก็เป็นนักท่องเที่ยวก็ไม่วายถูกมองด้วยสายตาชิงชังรังเกียจ
ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องช่วยกัน จะให้ตำรวจท้องที่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ทำกันเองอย่างเดียวไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ผลักดันหรือป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยเข้ามาอยู่ในเมืองไทย แล้วสร้างปัญหาให้ตามล้างตามเช็ดไม่ได้
ชาวต่างชาติหลายคนหลายเชื้อชาติ ไม่มีการงานทำ แต่กลับใช้ชีวิตอู้ฟู่อยู่ในเมืองไทยได้อย่างสบายๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่มีใครบางคนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แลกกับเศษเงิน
เรื่องภาพลักษณ์นั้นสำคัญ ลองได้เสียไปแล้วยากจะกู้คืน
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



