ข่าว

กลยุทธ์ขบวนการยาเสพติด

กลยุทธ์ขบวนการยาเสพติด

15 ม.ค. 2553

ปัญหายาเสพติดเปรียบไปก็เหมือนแมวไล่จับหนู

 ฝ่ายหนึ่งพยายามหลบเลี่ยงการจับกุม โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ติดตามจับกุมได้ยากยิ่งขึ้น ทั้งวิธีการลำเลียงและรูปแบบยาเสพติด

 อีกฝ่ายก็หามาตรการป้องกันปราบปราม แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นลักษณะไล่ตามมากกว่าจะวิ่งนำ

 ตอนนี้มีข่าวลือหนาหูในแวดวงยาเสพติดเล็ดลอดออกมาทำนองว่า ขบวนการค้ายาเสพติดได้พัฒนาตัวยาบ้าให้ปราศจากกลิ่น รูปรสยังเหมือนเดิม แต่กลิ่นเจือจางหรืออาจจะถึงขั้นไม่มีกลิ่นให้ติดตามเบาะแสได้เหมือนเก่า

 ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงงานของตำรวจจะยากยิ่งขึ้น

 นั่นคือรูปแบบยาที่เปลี่ยนไป ส่วนวิธีการที่เปลี่ยนแปลง คือ ตอนนี้มีการใช้ผู้หญิงไทยขนยาเสพติดข้ามชาติ

 ปัญหานี้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการประชุมเรื่องป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ 14 ประเทศ

 หลายฝ่ายแสดงความกังวลที่แก๊งแอฟริกันตะวันตก ที่ใช้ไทยเป็นฐานส่งออกยาเสพติด ใช้ผู้หญิงไทยในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

 ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันนี้

 ถ้าเราไม่รีบจัดการกับปัญหานี้ ปล่อยให้ลุกลามขยายวง นอกจากไทยจะถูกมองเป็นประเทศส่งออกยาเสพติดแล้ว ต่อไปเวลาเดินทางไปต่างประเทศ ผู้หญิงไทยอาจจะถูกจับจ้องเป็นพิเศษ ในฐานะผู้ต้องสงสัยขนยาเสพติดอันดับต้นๆ แม้ว่าพวกเธอแค่เดินทางไปท่องเที่ยวก็ตาม

 เหมือนเช่นครั้งหนึ่งผู้หญิงไทยเคยถูกมองว่าเดินทางไปขายตัว ทั้งที่บางคนมีงานการทำเป็นหลักแหล่ง หรือไม่ก็เป็นนักท่องเที่ยวก็ไม่วายถูกมองด้วยสายตาชิงชังรังเกียจ

 ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องช่วยกัน จะให้ตำรวจท้องที่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ทำกันเองอย่างเดียวไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ผลักดันหรือป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยเข้ามาอยู่ในเมืองไทย แล้วสร้างปัญหาให้ตามล้างตามเช็ดไม่ได้

 ชาวต่างชาติหลายคนหลายเชื้อชาติ ไม่มีการงานทำ แต่กลับใช้ชีวิตอู้ฟู่อยู่ในเมืองไทยได้อย่างสบายๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่มีใครบางคนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แลกกับเศษเงิน

 เรื่องภาพลักษณ์นั้นสำคัญ ลองได้เสียไปแล้วยากจะกู้คืน

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]