ข่าว

ยุบ"ชลบุรี บลูเวฟ"แล้ว
"บิ๊กป๋อม"รอรับผู้คุมอช.
ยันไม่กระทบทีมชาติ

ยุบ"ชลบุรี บลูเวฟ"แล้ว "บิ๊กป๋อม"รอรับผู้คุมอช. ยันไม่กระทบทีมชาติ

15 ม.ค. 2553

ยุบทีมแน่นอน ชลบุรี ไร้ตัวตายตัวแทน "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประกาศปิดตำนาน "ชลบุรี บลูเวฟ" อดีตราชันโต๊ะเล็กเมืองไทย 2 สมัย

ขณะที่เจ้าตัวยืนยันยังสานฝันทีมชาติไทยต่อ รอแค่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เรียกหารือแนวทางทำทีม ส่วนอนาคตเตรียมขยับรับตำแหน่งแมทช์คอมมิชชั่นเนอร์ของเอเอฟซีอีกตำแหน่ง
  หลังจากที่ "คม ชัด ลึก" เสนอข่าว "ฉลามชล" ชลบุรี บลูเวฟ เตรียมยุบทีมไม่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันไทยแลนด์ ฟุตซอลลีก ในฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้ แต่ยังคงต้องมีการหารือในระดับฝ่ายบริหารของจ.ชลบุรีเสียก่อนถึงอนาคตที่แน่นอนของทีม


 ล่าสุด "เดอะเซนต์" อรรณพ สิงห์โตทอง ตอบข้อซักถามของ "คม ชัด ลึก" เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องยอมรับกันตรงๆ หากไม่ใช่นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ทำงานฟุตซอลแล้ว ในจ.ชลบุรีเราเองไม่มีบุคลากรที่รู้เรื่องฟุตซอลซึ่งเป็นศาสตร์อีกแขนงอย่างแท้จริง ดังนั้น ถึงตรงนี้ยืนยันได้เลยว่า ชลบุรี บลูเวฟ คงจะไม่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้แน่นอน
 "ส่วนอนาคตจะมีโอกาสกลับมารื้อฟื้นทีมฟุตซอลของชลบุรีใหม่อีกครั้งหรือไม่ ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเราจะทำทีมจริงจังอีกครั้ง คงต้องเฟ้นหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาจับงานนี้ เพราะเราเองคงไม่อยากทำทีมขึ้นมาเพียงเพื่อส่งเข้าร่วม หากแต่ต้องทำงานกันอย่างมุ่งมั่น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ"


 ขณะเดียวกันในส่วนของ "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานฝ่ายพัฒนาฟุตซอลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการอบรมแมทช์คอมมิชชั่นเนอร์ของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ลงทุนกับทีมชลบุรี บลูเวฟ ต่อปีเป็นเงินมากกว่า 5 ล้านบาทมาตลอด เพราะในอดีตฟุตซอลลีกเรายังไม่แข็งแกร่ง ขณะที่ทีมชาติยังต้องการความต่อเนื่องในการฝึกซ้อม จึงมีความจำเป็นต้องสร้างทีมนี้ขึ้นมารองรับ แต่มาถึงปัจจุบันทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว จึงอยากปลีกตัวมาดูแลทีมชาติอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าทุกสโมสรในบ้านเราตอนนี้พร้อมสำหรับการพัฒนาไปสู่ลีกอาชีพอย่างเต็มตัวแล้ว


 ขณะเดียวกัน "บิ๊กป๋อม" ยังกล่าวถึงอนาคตในการทำงานในฐานะแมทช์คอมมิชชั่นเนอร์ของเอเอฟซี จะมีผลกระทบต่อการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทยหรือไม่ว่า คงไม่มีผลถึงกัน เพราะกว่าจะประกาศผลการสอบครั้งนี้ คงไม่ทันที่จะแต่งตั้งบุคคลไปทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน ในเดือนพฤษภาคมนี้แน่นอน อีกทั้งที่ผ่านมา ตนมีตำแหน่งเป็นฝ่ายบริหารฟุตซอลของเอเชียอยู่ด้วย ไม่เคยมีผลกระทบต่อการทำงานทีมชาติไทย


 "ถึงตรงนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพียงแต่ยังไม่ได้เข้าไปหารือกับนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมเท่านั้น ถึงแผนการทำงาน โดยหลังกลับจากการอบรมคราวนี้ คงต้องหาเวลาเข้าพบ และเดินหน้าเตรียมทีมฟุตซอลไทยสำหรับชิงแชมป์เอเชียคราวนี้ทันที"