
เลขาพรรคคอมมิวนิสต์กวางสี-ชาวจ้วงพบอภิสิทธิ์
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองกวางสีและและชนกลุ่มน้อยชาวจ้วงเยี่ยมคารวะ "อภิสิทธิ์" แลกเปลี่ยนกันในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา และการพัฒนาในด้านต่างๆ "อภิสิทธิ์" ฝากดูแลเรื่องการลงทุนของไทยในมณฑลกวางสี
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 ม.ค. นายกัว เซิงคุน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองกวางสีและชนกลุ่มน้อยชาวจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการเยือนเพื่ออวยพรหลังปีใหม่ และหลังจากที่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ได้ประกาศใช้ไปในวันที่ 1 มกราคม 2553 รวมทั้งในปีนี้ เป็นการครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน 35 ปี เเละเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ฯกวางสี ได้นำคณะนักธุรกิจจีน 20 คนเดินทางมาด้วย
นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการหารือระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับนายกัว เซิงคุน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองกวางสีและชนกลุ่มน้อยชาวจ้วง โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความดีใจที่นายกัวเข้าพบ เพราะในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่ผลจากการลงนามเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ระหว่างไทย - จีน มีการบังคับใช้พอดี
พร้อมกันนี้นายอภิสิทธิ์ได้ขอให้เลขาการพรรคคอมมิวนิสต์ฯช่วยดูแลเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการค้าใน 3 ประเด็น คือเรื่องศุลกากร การคมนาคม และการจัดการตรวจสอบสินค้าเกษตร บริเวณด้านการค้าผิงเสียง ซึ่งเป็นจุดผ่านสินค้าเกษตรที่ไปจากประเทศไทยให้เป็นไปโดยเรียบร้อย และยังฝากเรื่องการลงทุนของไทยในมณฑลกวางสี
ทั้งนี้ชาวจ้วงที่มณฑลกวางสีทางใต้ของจีนนี้นับได้ว่าเป็นเครือญาติของคนไทยผู้ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุด ที่รวมกลุ่มกันอยู่ก่อนยุคสามก๊ก (ราว 2,000 ปีมาแล้ว) กว่า 10 ล้านคน พูดจาสื่อสารกันเองในชุมชนหมู่บ้านและในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลจากเมือง ก็พูดภาษาตระกูลไทย-ลาว หรือลาว-ไทย ฉันทลักษณ์ในบทร้อยกรองของจ้วงกับของไทยมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และมีพื้นฐานจากคำคล้องจองเช่นเดียวกัน กลองหรือฆ้องมโหระทึกนับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ชาวจ้วงสื่อกับเครื่อญาติไทย ทุกวันนี้ชาวจ้วงทุกวันนี้ยังมีกลองมโหระทึกประจำตระกูลกับประจำหมู่บ้านใช้งานในพิธีกรรมที่ทำสืบเนื่องมาแต่ดึกดำบรรพ์อีกรวมนับพันๆ ใบ ชาวจ้วงกับคนไทยก็มีความสัมพันธ์กันต่อเนื่อง
จากนั้นเวลา 8.30 น. นายหลี่ หรงหรง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินของรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินของรัฐ ยืนยันความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย - จีน มีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนกันในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา และการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งในการมาเยือนไทยในครั้งนี้ หวังที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทยให้มากขึ้น โดยทราบว่าขณะนี้ประเทศไทยมีความต้องการด้านการลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็ค เพื่อพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่จีนให้ความสนใจที่จะร่วมมือในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในช่วงปี 2552-2555 ประเทศไทยได้ประกาศการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยรัฐบาลได้หาลู่ทางจัดการด้านการเงิน ทั้งเรื่องเงินกู้ และความร่วมมือทางด้านเงินทุนระหว่างภาครัฐกับภาครัฐ และภาครัฐกับเอกชน
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินของรัฐได้ยกตัวอย่างถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีน โดยจีนเป็นผู้สร้างระบบและเทคโนโลยีด้วยตัวเอง ทำให้ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง โดยโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าหากไทยสามารถดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ - เชียงใหม่ได้สำเร็จจะมีส่วนในการสร้างรายได้และการท่องเที่ยวให้คึกคักมากขึ้น
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมจีน ที่ประสบความสำเร็จในการรักษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งประเทศต่างๆ ประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีนมีศักยภาพในการเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ในโอกาสการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกันถึงภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก โดยผู้นำต่างเชื่อมั่นว่าภูมิภาคนี้จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงและมั่นคง และเศรษฐกิจจะเคลื่อนตัวจากภูมิภาคอเมริกาและยุโรปมาสู่ภูมิภาคเอเชียอย่างแน่นอน



