
จาก บ้านลาดกุดยางใหญ่ สู่เมือง"มหาสาลคาม
จ.มหาสารคาม เป็นหนึ่งในพื้นที่ทางประวัติศาสตร์แห่งลุ่มน้ำมูล-ชี วัฒนธรรมดั้งเดิมที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตนับแต่ยุคเก่าแก่ก่อนประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทุ่งกุลา กระทั่งมาถึงเมื่อสังคมเจริญก้าวหน้าขึ้นจากชุมชน มาจนสร้างบ้านแปงเมืองในสมัยรัต
มหาสารคาม เดิมเป็น บ้านลาดกุดยางใหญ่ ได้รับการยกขึ้นเป็น เมืองมหาสาลคาม สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2408 ขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ดและโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง มีท้าวบัวทองเป็นอุปฮาด และในปี 2412 เมืองมหาสารคาม จึงแยกจากเมืองร้อยเอ็ดขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ
ชื่อ มหาสารคาม มาจากคำว่า มหา แปลว่า ใหญ่ ยิ่งใหญ่ คำว่า สาร เพี้ยนมาจาก สาละ และคำว่า คาม แปลว่า บ้าน หมู่บ้าน รวมความหมายถึง บ้านต้นยางใหญ่ หรือต้นสาละใหญ่ (สาละเป็นไม้ตระกูลยางชนิดหนึ่ง)
ชื่อจังหวัด “มหาสารคาม” ที่ปรากฏปัจจุบันนั้น แต่เดิมเขียนว่า “มหาษาลคาม” หรือ “มหาสาลคาม” จากเอกสารเก่าร่วมสมัยการตั้งเมืองและแต่งตั้งตำแหน่งหน้าที่ผู้ดูแลเมือง ในสารตราเจ้าพระยาจักรีฯ แม้สะกดหลายอย่างทั้งมหาสาลคาม มหาษาลคาม มหาษารคาม แต่ไม่มีปรากฏว่าสะกดเป็น “มหาสารคาม” เลย
ประกอบกับชื่อเดิมว่า “บ้านกุดยางใหญ่” (บางครั้งชาวบ้านเรียก กุดนางใย มีนิทานท้องถิ่นผูกเรื่องอธิบาย) ซึ่งคำว่า “กุด” เป็นภาษาท้องถิ่นหมายถึง บึง แหล่งน้ำ หรือลำน้ำด้วน แต่ทางราชการเข้าใจว่า “กุด” หมายถึง “กุฏิ” ที่แปลว่าที่อยู่อาศัย จึงใช้คำว่า “คาม” ที่มีความหมายเดียวกันมาตั้งชื่อ คำว่า “ยาง” หมายถึง ต้นยาง ส่วน “ใหญ่” ตรงกับคำ “มหา” ที่นำมาใส่ในชื่อ ดังนั้นชื่อ มหาสาลคาม จึงน่าจะสอดคล้องกับความหมายเดิมของชื่อท้องถิ่นมากกว่า
นามบ้านนามเมือง เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจทั้งความหมายและที่มา เพราะมีเรื่องราวของท้องถิ่นอยู่ในชื่อนามนั้น ที่คนรุ่นหลังอาจเข้าใจไขว้เขวไปจากความเดิม
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



