
หนุนงัดกฎเหล็ก'อั้งยี่'จัดการนักเรียนนักเลง
"สภาทนายความ"เห็นพ้อง"ตำรวจนครบาล"งัดกฎเหล็กอั้งยี่ จัดการนักเรียนนักเลง แนะให้ทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ล้อมคอก ย้ำทำผิดคดีอาญาฆ่าโดยเจตนาโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
(14ม.ค.) นายเสงี่ยม บุญจันทร์ เลขาธิการสภาทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวกรณี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจครบาล เตรียมงัดกฎหมายอั้งยี่ซ่องโจรดำเนินคดีกับนักศึกษาช่างกลยกพวกตีกันว่า ในฐานะนักกฎหมาย เห็นด้วยกับการใช้บังคับกฎหมายอย่างยิ่ง แต่ขอย้ำว่าตำรวจจะต้องเอาจริงอย่างจริงจังไม่ใช่เหตุเกิดที ก็ว่ากันที และหากพิจารณาดู สาระของกฎหมายอั้งยี่ ซ่องโจรนั้น ก็ไม่ได้มีโทษหนักหนาอะไร ซึ่งตำรวจ ก็สามารถใช้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ไม่ต้องออกมาบอกก็ได้ หรือจะใช้คำ ที่ดูเป็นทางการ และน่าเชื่อถือกว่า เช่น ใช้คำว่า กฎหมายเกี่ยวกับ การรักษาความสงบ น่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งก็คือ กฎหมายอั้งยี่ ซ่องโจร รวมอยู่ในหมวดนี้ด้วย
เลขาฯสภาทนาย กล่าวต่อว่า า ปัญหานักเรียนนักเลงช่างกลยกพวกตีกัน ทำร้ายร่างกายกันยิงกันตายจนเสียชีวิตนั้น เป็นคดีอาญามีโทษที่ได้รับหนักอยู่แล้วโดยเฉพาะคดีฆ่าคนตายโดยเจตนาโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือแค่ข้อหาพยายามฆ่าทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส อัตราโทษสูงสุด คือจำคุกตลอดชีวิตอยู่แล้ว หากตำรวจดำเนินการจริงจังในการดำเนินคดีนับว่าเป็นรื่องที่ดีเพื่อให้คนพวนี้เข็ดขลาบและไม่กล้ากระทำความผิดอีก
ด้านนายทองใบ ทองเปาด์ กล่าวว่า รุนแรงเกินไปเพราะเป็นเรื่องของเด็กควรจะสอบสวนหาสาเหตุก่อนว่าเป็นอย่างไร ทุกสถาบันมีรั้ว มีเวลาเข้า-ออก มีรปภ.หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเขาก็ไม่ให้เข้าไป ส่วนกฏหมายอั้งยี่นั้นจะใช้เกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตนเข้าใจว่าตำรวจต้องการปรามมากกว่าไม่ควรทำการรุนแรงอย่างนั้น



