ข่าว

"ศรีสุวรรณ" ร้อง สปน.ตรวจสอบ 151 องค์กรผู้บริโภคมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างไร

"ศรีสุวรรณ" ร้อง สปน.ตรวจสอบ 151 องค์กรผู้บริโภคมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างไร

12 ต.ค. 2563

"ศรีสุวรรณ" ร้อง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบ 151 องค์กรผู้บริโภคมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างไร

 

12 ต.ค.2563  เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ขอให้ตรวจสอบ 151 องค์กรผู้บริโภค ที่มาแจ้งขอจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2563 ที่ผ่านมาว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่ประจักษ์มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันยื่นแจ้ง ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างไร

 

 

"ศรีสุวรรณ" ร้อง สปน.ตรวจสอบ 151 องค์กรผู้บริโภคมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างไร


          

ทั้งนี้การที่จะใช้สิทธิเข้าชื่อกันแจ้งต่อทะเบียนกลางเพื่อเป็นผู้เริ่มก่อการในการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคได้นั้น องค์กรผู้บริโภคนั้นๆ จะต้องดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภค “เป็นที่ประจักษ์” มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปีตามที่กฎหมายกำหนด แต่ปรากฎว่ามีตัวแทนเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคที่ ไปยื่นต่อนายทะเบียนกลาง เพื่อขอเป็นผู้เริ่มก่อการในการจัดตั้งสภาองค์กรผู้บริโภค กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงเป็นที่สงสัยว่าองค์กรผู้บริโภคต่างๆ เหล่านั้น ได้ดำเนินการหรือมีผลงานในการคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีอย่างไรบ้าง เพราะถ้าองค์กรต่างๆ เหล่านั้นมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จริงกันทุกองค์กร คงไม่มีปัญหาผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างแพร่หลายในขณะนี้ได้ และอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีสภาองค์กรผู้บริโภคก็ยังได้ เว้นแต่มีความพยายามที่จะจัดตั้งองค์กรผู้บริโภคขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง
           

แต่หากพิจารณาต่อไปว่า เมื่อมีการประกาศจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคได้แล้ว กฎหมายกำหนดให้รัฐบาลต้องจัดสรรเงินจากภาษีประชาชนมาอุดหนุนไว้ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นทุนประเดิมให้แก่สภาองค์กรของผู้บริโภคที่จัดตั้งขึ้นเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการดำเนินการและให้เกิดการรวมตัวกันขององค์กรของผู้บริโภค อย่างทั่วถึง หลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่การจัดทำแผนงบประมาณภาครัฐสนับสนุนในแต่ละปีต่อไป นี่จึงอาจเป็นเหตุผลในความพยายามที่จะจัดตั้งสภาองค์กรผู้บริโภคขึ้นมา โดยมีการระดมสรรพกำลังโดยใช้เงินภาษีบาป(ภาษีเหล้า-บุหรี่) ไปใช้ในการจัดตั้งเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว และสุดท้ายผู้ที่เป็นแกนนำก็อาจจะได้อานิสงค์ถูกเลือกเป็นประธานสภาฯ เป็นกรรมการสภาฯ ซึ่งสามารถใช้เงินภาษีของประชาชนได้อย่างเต็มที่
          

 

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบและขอหลักฐานยืนยันว่าองค์กรผู้บริโภคจำนวน 151 องค์กร ที่ได้แจ้งหรือประสงค์จะเข้าร่วมจัดตั้งหรือเป็นสมาชิกสภาองค์กรของผู้บริโภค เมื่อวันที่ 8 ต.ค.63 ว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่ประจักษ์มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันยื่นแจ้ง อย่างไร ในกรณีที่เห็นว่าองค์กรของผู้บริโภคนั้นๆมีลักษณะไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้เพิกถอนการรับแจ้งเสีย และให้ดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อไปด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด