
ปริศนา...อุ้มทอม6ทรชนบังคับเป็นพยาน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทอมบอยวัย 23 ปี ไม่ว่าใครจะเป็นคนกระทำ เป็นตำรวจจริงหรือปลอมเป็นตำรวจ ล้วนแล้วแต่น่าชิงชัง ไม่น่าเกิดขึ้นได้ในสังคมแบบไทยๆ !?!
3 มกราคม 2553 ทอมสาวกับเพื่อนรวม 4 คน เป็นชาย 2 คน กับหญิงอีก 1 คน ไปเปิดห้องพักที่กรีนแลนด์รีสอร์ท ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นเพื่อนผู้หญิงได้ยืมรถจักรยานยนต์ของแฟนหนุ่มไปส่งแฟนของทอม กลับมาก็ออกไปพร้อมกับแฟน ไม่นานนักก็มีชายฉกรรจ์ 6 คน อ้างเป็นตำรวจ ขับรถกระบะ 4 ประตู 2 คัน สีบรอนซ์ และสีดำ มาจอดแล้วเปิดประตูห้องตรงเข้าทำร้ายร่างกาย
"เขาบอกว่าตามหามานานแล้ว คนที่มีรอยสักรูปไก่ฟ้าที่แขนซ้าย" ทอมสาวกล่าวกับ "คม ชัด ลึก"
หลังจากนั้นก็ใช้ถุงพลาสติกดำคลุมหัว แล้วพาไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเธอไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนและส่วนไหนของจังหวัด กักขังอยู่นาน 6 วัน ตลอดเวลามีการสับเปลี่ยนกันเข้ามาทำร้ายร่างกายอย่างทารุณต่อเนื่อง
"เขาใช้นิ้วแหย่อวัยวะเพศและทวารหนักฉันด้วย แล้วเสนอเงิน 5 หมื่นบาท ให้เป็นพยานคดีฆ่านายตำรวจเมื่อหลายปีก่อน โดยให้ยืนยันว่าคนยิงชื่อตูน แต่ฉันไม่รู้จัก กระทั่งถูกนำมาทิ้งไว้ข้างทางเข้าวัดดุสิตดาราม"
หลังเกิดเหตุเหยื่อสาวเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สัมฤทธิ์ แสงอรุณ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะเดินทางไปตรวจร่างกาย โดยแพทย์ยืนยันว่ามีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายจริง จากนั้นจึงรายงานให้ พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา รับทราบ
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะที่คนร้ายใช้อุ้มเหยื่อ คันหนึ่งสวมทะเบียนปลอม ส่วนอีกคันผู้ครอบครองเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ในขณะที่เหยื่อสาวยืนยันว่าจดจำใบหน้า 1 ใน 6 คนร้ายได้ จึงให้เจ้าหน้าที่วิทยาการสเก็ตช์ภาพแล้วรวบรวมหลักฐานเสนอผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อนุมัติหมายจับตามภาพสเก็ตช์
พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ เปิดเผยว่า คดีนี้อยู่ระหว่างให้ชุดสืบสวนออกติดตามคนร้าย และหาพยานแวดล้อมอื่นๆ มาประกอบสำนวน ทั้งนี้จะต้องสอบปากคำเพื่อนชาย 2 คน และเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่อยู่กับผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ทิศทางคดีที่ผู้เสียหายบอกว่า กลุ่มชายฉกรรจ์บังคับให้เป็นพยานคดีฆ่าตำรวจนั้น ต้องนำภาพถ่ายของตำรวจที่รับผิดชอบคดีมาให้ผู้เสียหายดู
"คดีฆ่าตำรวจที่ถูกอ้างถึงคือคดียิง พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สถิตพานิชย์ สวป.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ตอนนี้สำนวนการสืบสวนสอบสวนยุติลงแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดผ่านไป 1 ปี ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด จึงส่งสำนวนให้อัยการจังหวัด แต่อายุความมีเวลาถึง 20 ปีในการติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี" พ.ต.อ.สมบัติ กล่าว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการวิเคราะห์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยเฉพาะในประเด็นคนลงมือเป็นตำรวจจริงหรือมีคนปลอมเป็นตำรวจ ประเด็นสงสัยแรกคือ เหตุใดกลุ่มชายฉกรรจ์ถึงกักขังเหยื่อไว้นานถึง 6 วัน ประเด็นต่อมาคือ หากเป็นตำรวจจริงน่าจะใช้วิธีละมุนละม่อมมากกว่าการบีบบังคับ เช่น การขอความร่วมมือด้วยวิธีการนุ่มนวล ซึ่งน่าจะให้ผลดีกว่าใช้กำลังหลายเท่า แต่ก็มีประเด็นให้ขบคิด คือ การอ้างถึงคดีฆ่านายตำรวจ เพราะชาวบ้านหลายคนแทบลืมไปแล้วว่ามีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น แต่เหยื่อกลับบอกถึงความต้องการของกลุ่มชายฉกรรจ์ได้อย่างดี
ประเด็นสงสัยทั้งหลายแหล่เหล่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งคลี่คลาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรคืบหน้าหรือไม่ หากว่าเรื่องนี้พัวพันกับตำรวจจริง ?!!
คดีที่ถูกอ้างถึงนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สถิตพานิชย์ สวป.สภ.อุทัย รักษาราชการแทน สวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตคาเครื่องแบบขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังกลับจากตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าเรือนจำพระนครศรีอยุธยา หลังเกิดเหตุนอกจากตำรวจท้องที่แล้ว ยังมีนักสืบมากฝีมือจากกองปราบปราม และ กก.สส.ภ.1 เข้าร่วมคลี่คลาย โดยตั้งประเด็นสังหารไว้ 3 แนวทาง คือ พ.ต.ต.กิตติศักดิ์เป็นคนตรงไปตรงมา เคยยึดอาวุธปืนของผู้กว้างขวางมากถึง 14 กระบอก ซึ่งล้วนแต่สนิทสนมกับนักการเมืองและนายตำรวจระดับสูง แต่ พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ ไม่เคยอ่อนข้อให้ เนื่องจากมองว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย
ประเด็นต่อมาเรื่องความขัดแย้งกับกำนันคนดังในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หัวคะแนนของพรรคการเมืองใหญ่ และเป็นญาติกับอดีตนักการเมืองที่ถูกจับเรื่องอาวุธปืน แล้วถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด และประเด็นสุดท้าย อาจถูกคนร้ายดักปล้น เพราะจุดเกิดเหตุค่อนข้างเปลี่ยว พอรู้ว่าเป็นตำรวจจึงเกิดการต่อสู้
"คม ชัด ลึก" ได้สอบถามความคืบหน้าของคดีนี้จากนักสืบของส่วนกลางหลายนาย ที่ลงไปร่วมคลี่คลายคดีนี้ได้ความว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ แม้จะมีพยานเห็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ 2 นัด โดยนัดแรกยิงจน พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ ล้มลงแล้วตามไปยิงซ้ำอีกนัด พยานระบุด้วยว่า คนร้ายรูปร่างสูงใหญ่ราว 175-180 เซนติเมตร รูปร่างพอๆ กับ พ.ต.ต.กิตติศักดิ์
"แนวทางการสืบสวนครั้งสุดท้ายสรุปได้ว่า คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มนักเที่ยวใน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด จนสามารถขออนุมัติหมายจับได้ บังเอิญเกิดการรัฐประหารขึ้น ทีมสืบสวนจึงถูกเรียกกลับ และมาเจอการชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่อง ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้สั่งการให้กลับลงไปคลี่คลายคดีอีก" นักสืบ กล่าว



