ข่าว

ส่งสัญญาณเบรกประมูลข้าวสต็อกรัฐนายกฯเรียกถก กขช.ด่วน-บอร์ดแนะขายผ่านเอเฟท

ส่งสัญญาณเบรกประมูลข้าวสต็อกรัฐนายกฯเรียกถก กขช.ด่วน-บอร์ดแนะขายผ่านเอเฟท

13 ม.ค. 2553

นายกฯ เรียกประชุม กขช.ด่วน ส่งสัญญาณเบรกพาณิชย์ระบายข้าว 3 แสนตัน ชี้เสียงบอร์ดข้างมากเห็นชอบระบายในตลาดเอเฟท หากพาณิชย์ดื้อขายให้ผู้ส่งออกเกิดเสียหายต้องรับผิดชอบให้ได้

 นายปราโมทย์ วานิชานนท์ กรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) วาระพิเศษ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายกฯ ได้ขอฟังความเห็นกรรมการ กขช. เกี่ยวกับแนวทางการระบายข้าวในสต็อกของรัฐที่มีอยู่ 6 ล้านตัน โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า การระบายข้าวในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะเป็นไปตามราคาตลาด และการระบายข้าวเดือนละ 3 แสนตัน ไม่กระทบต่อราคาข้าวในตลาดด้วย

 "ขายเดือนละ 3 แสน 10 เดือนก็ได้ 3 ล้านตันแล้ว แต่หากกระทรวงพาณิชย์ยังดึงดันประมูลให้ผู้ส่งออก เมื่อราคาที่ได้ต่ำกว่าราคาตลาดต้องชี้แจงเหตุผลให้ได้ เพราะ ครม.มีมติกรณีการระบายสินค้าเกษตร หากมีผลขาดทุนต้องแจ้งสาเหตุให้ ครม.รับทราบ” นายปราโมทย์ กล่าว

 ทั้งนี้ สาเหตุที่นายกฯ เรียกประชุม กขช.นัดพิเศษครั้งนี้ เพราะทราบว่านางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะมีการประมูลขายข้าวให้ผู้ส่งออก 3 แสนตัน จึงต้องการฟังความเห็นจากกรรมการก่อน ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าควรทยอยขายข้าวสารในตลาดเอเฟท แต่หากกระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูล 3 แสนตัน  โดยอ้างว่ามีอำนาจระบายข้าวด้วยวิธีใดก็ได้นั้น ก็แสดงว่าความเห็นของกรรมการ กขช.ไม่มีความหมาย หากเกิดความเสียหาย ผู้ลงนามคำสั่งต้องถือว่ามีความผิดด้วย

 "อยากถามว่า หากเป็นอย่างนี้กระทรวงพาณิชย์กล้าหรือไม่ โดยความเห็นส่วนตัวก็เชื่อว่าการประมูลข้าวในวันที่ 14 มกราคมนี้ จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน" นายปราโมทย์ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นว่ามีนัยและเป็นการส่งสัญญาณโดยตรงไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่า ควรยกเลิกการประมูลข้าวลอตนี้ แต่ในที่ประชุมนายกฯ ไม่ได้สั่งการหรือระบุให้กระทรวงพาณิชย์ยกเลิกการประมูลข้าวสาร 3 แสนตัน แต่อย่างใด

 นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า กขช.เห็นชอบปริมาณการรับประกันต่อครัวเรือนของข้าวชนิดต่างๆ ให้เป็นไปตามมติ ครม.เดิม คือ ข้าวเปลือกเจ้าไม่เกิน 25 ตันต่อราย ข้าวปทุมธานี 1 ปริมาณไม่เกิน 25 ตันต่อราย ข้าวเปลือกเหนียวปริมาณ 16 ตันต่อราย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความความเป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า สศก.คาดว่าปริมาณข้าวนาปรังปีการผลิตนี้จะอยู่ที่ประมาณ 8-9 ล้านตัน จากปกติผลผลิตข้าวนาปรัง 11 ล้านตัน หรือลดลง 2 ล้านตัน จากปริมาณน้ำที่มีน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลคาดว่าจะทำให้ผลผลิตข้าวลดลง 6-7 แสนตัน

 ทั้งนี้ สศก.คาดว่าราคาข้าวสารปีนี้น่าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นถึงตันละ 1.7-1.8 หมื่นบาท ทำให้ราคาข้าวเปลือกอยู่ที่อย่างน้อย 1.1 หมื่นบาทต่อตัน