ข่าว

 รัฐบาล“อภิสิทธิ์”ครบ1ปีมีทั้ง“สอบตก”และ“สอบผ่าน”

รัฐบาล“อภิสิทธิ์”ครบ1ปีมีทั้ง“สอบตก”และ“สอบผ่าน”

15 ม.ค. 2553

คงไม่สามารถปฏิเสธได้นะครับว่าระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผลงานรูปธรรมของรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ที่ชัดเจนที่สุด คือ นโยบายประชานิยม ส่วนอีกด้านหนึ่งคือความสำเร็จในการสร้างหนี้สาธารณะ นอกเหนือไปจากนี้ความสำเร็จตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา

ยังไม่มีเป็นชิ้นเป็นอันที่พอจะพูดได้เต็มปากเต็มคำ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ นอกจากจะสมานฉันท์ไม่สำเร็จแล้วยังสร้างความแตกแยกไปยิ่งกว่าเดิม รวมไปถึงนโยบายแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน

 ลองมาพิจารณากันทีละประเด็นครับ ในทางเศรษฐกิจนั้น แม้ว่าในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศได้แสดงอาการฟื้นตัวขึ้นช้าๆ การส่งออกที่ติดลบก็เริ่มกลับมาเป็นบวก ปัญหาคนว่างงานเริ่มมีสถิติที่ลดลง แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต้องมาชะลอตัวจากกรณี “มาบตาพุดเอฟเฟกต์” ส่งผลให้เกิดการระงับการลงทุนใน 65 โครงการ ดังจะเห็นได้จากการที่คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ระบุว่า หากการแก้ไขปัญหามาบตาพุดล่าช้า จะส่งผลให้นักธุรกิจต่างชาติย้ายฐานลงทุนไปที่อื่น จนอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกว่า 6 แสนล้านบาท และคาดการณ์กันว่าอาจจะกระทบถึงการจ้างงานกว่า 1 แสนอัตรา ส่วนนโยบายการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างประเทศตามแผนไทยเข้มแข็ง 1.3  ล้านล้านบาท ของรัฐบาลยังประเมินผลออกมาไม่ได้ชัดเจน

 พอพิจารณาถึงนโยบายการแก้ปัญหาทุจริตของรัฐบาล กลับแสดงผลออกมาทางตรงกันข้าม มี “ข่าวคาว” เกี่ยวกับการทุจริตแทบทุกโครงการที่นายกฯ อภิสิทธิ์ แกล้งมองไม่เห็น กล่าวกันว่า 1 ปีของรัฐบาล การคอรัปชั่นเฟื่องฟู องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติให้ไทยได้คะแนน 3.4 จากคะแนนเต็ม 10 อยู่อันดับที่ 84 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก

 ในด้านผู้ใช้แรงงานให้คะแนนรัฐบาล  “สอบตก” อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่รัฐบาลหว่านเงินภาษีในลักษณะ ลด, แลก, แจก, แถม กันเป็นว่าเล่น แต่กลับไม่สามารถซื้อใจคนแรงงานและรากหญ้า (ส่วนใหญ่ถูกจัดเป็นพลพรรค “เสื้อแดง”) ได้ นอกจากนั้น ยังมีสัญญาณสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ามีช่องว่างระหว่างรัฐบาลกับผู้ใช้แรงงาน และประชาชนระดับรากหญ้า แสดงว่ารัฐบาลยังเข้าไม่ถึงประชาชนระดับล่าง ในขณะที่ภาคเอกชนระดับบน ก็ไม่ได้พอใจผลงานของรัฐบาลสักเท่าไรนัก

 พอพิจารณาด้านการก่อหนี้สาธารณะก็มีอาการน่าเป็นห่วง ปัญหาการสร้างรายได้ยังเป็นปัญหาใหญ่ หนี้สาธารณะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ตลอดระยะเวลา 1 ปี รัฐบาลสร้างหนี้ไปแล้ว 530,597 ล้านบาท ทำให้ตัวเลขหนี้สาธารณะสูงเกินกว่า 60% เงินกู้จาก พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ถูกนำไปปิดหีบงบประมาณเพียง 5 หมื่นล้านบาท เหลือเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.5 แสนล้านบาท แต่มีเงินไปใช้ลงทุนจริงๆ แค่ 6,892.96 ล้านบาท เท่ากับรัฐบาลใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจไปแค่  5% แต่เงินที่กู้มาส่วนใหญ่นำไปเป็นงบก่อสร้างซ่อมถนน ทำให้เม็ดเงินไม่ลงไปถึงประชาชนและภาคการผลิตอันก่อให้เกิดรายได้อย่างแท้จริง 

 ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือ เรื่องเงินคงคลังแม้จะมีตัวเลขถึง 274,600 ล้านบาท แต่อยู่ในรูปตั๋วเงินกู้ถึง 245,100 ล้านบาท  มีเงินสดเพียง 29,500 ล้านบาทเท่านั้น (ในขณะที่งบรายจ่ายเงินเดือนประจำเดือนละกว่า 7 หมื่นล้านบาท)

 จะเห็นได้ว่าพอวิเคราะห์เจาะลึกแบบเป็นกลางๆ อย่างตรงไปตรงมาสรุปว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล “อภิสิทธิ์” ก็ยังคงย่ำอยู่กับที่ไม่เดินไปไหนเลย ถ้าดูข้อมูลจากไอเอ็มเอฟและเอดีบี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2553 ต่ำสุดในภูมิภาค เปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้วตัวเลขการขยายตัวจีดีพีของไทยติดลบมากที่สุด ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ “ซับไพรม์” ของสหรัฐอเมริกาน้อยที่สุด สรุปว่าในภาพรวมผลงานรัฐบาล 1 ปีแรก ถือว่า  “สอบตก” ต่ำกว่าความคาดหวังของประชาชน 
 
 ดังนั้น หากประเมินกันจริงๆ จะเห็นว่าความสำเร็จสูงสุดของรัฐบาลนี้ที่ “สอบผ่าน” คือการที่นายกฯ “อภิสิทธิ์” อยู่ได้นานเกินกว่า 365 วัน ลบคำสบประมาทที่ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน 6 เดือนครับ