
เจ้าของสวนฮาวายรับใช้แรงงานทาสชาวไทย
ฮอนโนลูลู-เจ้าของสวนผักใหญ่อันดับ 2 ของฮาวายยอมรับสารภาพว่าบังคับใช้แรงงานชาวไทย
ฮอนโนลูลู แอดเวอร์ไทเซอร์ หนังสือพิมพ์ชื่อดังของรัฐฮาวายในสหรัฐ รายงานว่า นายอเลค โซโฟน โซ ประธานบริษัทอาลุน ฟาร์มส์ ฟาร์มผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเกาะฮาวาย และนายไมค์ แมนโคน โซ น้องชายและรองประธานบริษัทเดียวกัน เตรียมยอมรับสารภาพต่อศาลในวันพุธ (13 ม.ค.) ว่าสมคบคิดกันนำแรงงานไทย 44 คนไปยังฮาวายเพื่อบังคับใช้แรงงานในสวนของพวกตน
คำให้การระบุว่า แรงงานคนไทยถูกล่อลวงให้ไปทำงานยังฟาร์มอาลุนด้วยสัญญาลวงว่าจะได้ทำงานที่มีค่าตอบแทนสูง แต่กลับถูกบังคับไม่ให้เดินทางออกจากฟาร์มหลังเสร็จงานแล้ว โดยตัวแทนของบริษัทอาลุนสั่งห้ามคนงานชาวไทยไปคบหาสมาคมกับคนนอก โดยเฉพาะกับชาวลาว และห้ามออกนอกจากฟาร์มหลังจากที่เสร็จงานแล้ว โดยในจำนวนนี้ 11 คนถูกจัดให้อาศัยอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า แรงงานไทยแต่ละคนติดหนี้ค่านายหน้าหางานกับนักธุรกิจชาวไทยถึงคนละ 1.6 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 5.3 แสนบาท) โดยใช้บ้านและที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้แรงงานเหล่านี้กลัวว่า หากไม่จ่ายหนี้ก็จะสูญเสียทรัพย์สินไป
ขณะที่แรงงานบางคนเผยอีกว่า ไม่ได้รับค่าแรงเต็มจำนวนเป็นเวลาหลายเดือนเพราะถูกหักเงินออกไป แถมยังถูกขู่ด้วยว่าจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทยหากไม่เชื่อฟัง ไม่ทำตามคำสั่ง หรือพยายามหลบหนี
ด้านนายอีริค ไซท์ซ ทนายความของนายไมค์ โซ กล่าวว่า สองพี่น้องโซจะช่วยรัฐบาลตามล่าคนในประเทศไทยที่ให้คำสัญญาลวงกับคนงานไทย และว่าทั้งคู่เข้าไปพัวพันกับปัญหาด้านกฎระเบียบในการจ้างงานเท่านั้น แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดหรือทำร้ายผู้ใด
ก่อนหน้านี้ สองพี่น้องโซถูกฟ้องร้องตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในข้อหาสมคบคิดบังคับใช้แรงงาน ปลอมวีซ่า และทำสัญญาทาสตั้งแต่เดือนเมษายน 2546 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ซึ่งเบื้องต้นอาจโดนโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี แต่ไม่ชัดเจนว่า หากรับสารภาพจะได้รับโทษเดียวกันหรือไม่
ทั้งนี้อาลุน ฟาร์มส์ตั้งอยู่ในเขตคาโปเลอิ กินเนื้อที่ 7,500 ไร่ มีคนงานรวม 200 คน เป็นฟาร์มที่มีชื่อเสียงด้านการส่งผักเอเชีย เมลอน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ทางเกษตรอื่นๆ ให้แก่ผู้ค้าปลีกและค้าส่งรายใหญ่ที่สุดของรัฐฮาวาย โดยมียอดขายทั้งปีราว 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 264 ล้านบาท)



