
ตำรวจหน่วยปราบโจรขโมยงานศิลป์
พ.อ.สตีเฟน จอฟเฟนี แห่งกรมตำรวจฝรั่งเศส เริ่มต้นปี 2553 ด้วยงานสุดหิน นั่นคือ การสืบสวนและคลี่คลายคดีโจรกรรมงานศิลปะและงานศิลป์ล้ำค่าในประเทศให้จงได้
ด้วยความที่ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เกิดคดีโจรกรรมงานศิลป์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จึงทำให้จอฟเฟนีมีงานล้นมือ หลังคริสต์มาสเพียงสัปดาห์เดียวก็เกิดเหตุโจรกรรมใหญ่ขึ้นถึง 2 ครั้ง ได้แก่ การฉกภาพเขียน "เดอะ คอรัส" มูลค่าสูงถึง 8 แสนยูโร (ราว 37.8 ล้านบาท) ของเอ็ดการ์ เดอกาส์ จิตรกรแนวอิมเพรสชันนิสม์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส ไปจากพิพิธภัณฑ์มาร์กเซย์
พอ 3 วันถัดมาก็เกิดการขโมยภาพเขียนร่วม 30 ชิ้นจากคฤหาสน์หลังหนึ่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกันถึง 1 ล้านยูโร (กว่า 47 ล้านบาท) เพราะมีงานของจิตรกรเอกอย่างปิกาสโซ และอองรี รุสโซ รวมอยู่ด้วย
ขโมยทั้งในและนอกประเทศต่างหมายตาคอลเลกชั่นต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ หรือคฤหาสน์ส่วนตัวในฝรั่งเศสมานานหลายปีแล้ว คดีฮือฮาที่สุดของเมื่อปีที่แล้วคือ การบุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ปาโบล ปิกาสโซ กลางกรุงปารีส แล้วขโมยสมุดดรอว์อิงของจิตรกรเอกชาวสเปนผู้นี้ไป 1 เล่ม คิดเป็นมูลค่าถึง 3 ล้านยูโร (กว่า 140 ล้านบาท) ไป
ถึงแม้จอฟเฟนีจะบอกว่าสถิติโจรกรรมลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพราะขโมยหันไปปล้นของที่ขายได้ง่ายกว่า ประกอบกับฝรั่งเศสได้เพิ่มบทลงโทษผู้ขโมยสมบัติทางวัฒนธรรมให้หนักข้อขึ้น แต่ก็ยังเกิดคดีโจรกรรมถึง 2,000 คดีทั่วประเทศในปี 2551
ด้วยความที่เกิดคดีโจรกรรมกันเยอะเหลือเกินจึงทำให้ตำรวจต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับคดีโจรกรรมชิ้นสำคัญ หรือแก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่สุดเท่านั้น
จอฟเฟนีบอกว่าบางครั้งขโมยย่ามใจถึงขั้นเข้าปล้นพิพิธภัณฑ์กันกลางวันแสกๆ เลยทีเดียว ส่วนงานที่ถูกขโมยไปนั้น ถ้าเป็นงานศิลปะชิ้นเอกมักจะถูกส่งไปต่างประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังถูกฉกไป โดยส่วนใหญ่จะไปลงเอยที่ประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป แต่บางครั้งก็ไปไกลถึงสหรัฐ และญี่ปุ่น ส่วนงานที่มีมูลค่าน้อยลงมามักจะถูกเก็บไว้ที่ฝรั่งเศส บางครั้งคนขโมยไปจะเก็บเอาไว้เองก่อนจะแอบปล่อยกลับสู่ตลาดเงียบๆ ในอีกหลายปีให้หลัง
โจรกรรมส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือของคนวงใน โดยคนรับซื้อของโจรส่วนใหญ่จะเป็นนายหน้าค้างานศิลปะนั่นเอง
หากไม่นับคดีโจรกรรมบันลือโลกจากพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ แล้ว หัวขโมยส่วนใหญ่จะเล็งเป้าหมายที่ขโมยง่ายๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ หรือบ้านที่มีการเก็บรักษาไม่เข้มงวด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่างานศิลป์ส่วนใหญ่เสี่ยงต่อการถูกขโมย เพราะเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ไม่มีคนเฝ้าเพราะขาดงบ แต่ที่เสี่ยงกว่าคือ ในโบสถ์ ซึ่งงานชิ้นสำคัญๆ มักได้รับการคุ้มกันไม่ดีพอ
จนถึงขณะนี้ยังมีคดีใหญ่ๆ อีกหลายคดีที่ยังสางไม่ออก ทำให้หน่วยงานของจอฟเฟนีมีงานล้นมือ และรายนามของที่ถูกขโมยก็ยาวเป็นหางว่าว แต่ถึงกระนั้น นายตำรวจผู้นี้ก็ยังกล่าวถึงงานของตัวเองว่าเป็นงานที่น่าหลงใหล แล้วก็เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
เพราะเวลาเอาของที่ถูกขโมยจากโบสถ์กลับมาคืนได้ คนทั้งหมู่บ้านจะแห่กันออกมาขอบคุณคุณเลยทีเดียว



