
อธิบดีอัยการคดีพิเศษระบุไม่ต้องเบิกความเมียอัลรู ไวลี่
อธิบดีอัยการคดีพิเศษระบุเตรียมคณะทำงานรับผิดชอบคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุว่าความชั้นศาล แจงสืบพยานไม่ต้องพาเมียอัลรู ไวลี่ เบิกความถึงเหตุการณ์หายตัวแม้เจอสามีเป็นคนสุดท้าย เพราะมีเอกสารแจ้งความ - พยานส่วนอื่นเบิกความอีก
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.53 นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมพิจารณาคดีอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรู ไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ที่ยื่นฟ้อง พล.ต..ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 กับพวกรวม 5 คนเป็นจำเลยต่อศาลอาญาไปเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า การเตรียมอัยการ และพยานหลักฐานนำสืบในชั้นศาล ตนมอบหมายให้นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 รับผิดชอบดูแล
ส่วนที่ภรรยา หรือทายาทของนายอัลรู ไวลี่ จะยื่นขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีดังกล่าวได้หรือไม่ นายธนาพิชญ์ กล่าวว่า สามารถทำได้ตามสิทธิ แต่การสืบพยานอัยการคงไม่จำเป็นต้องนำภรรยาของนายอัลรู ไวลี่ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่อยู่กับนายอัลรู ไวลี่ คนสุดท้าย มาขึ้นเบิกความเป็นพยานโจทก์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ นายธนพิชญ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูก พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี นายตำรวจนอกราชการ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีอุ้ม ยื่นฟ้องร่วมกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ไม่รู้สึกหนักใจ ยืนยันว่าปฎิบัติไปตามหน้าที่อย่างโปร่งใส เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ โดยเรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุด จะจัดอัยการช่วยแก้ต่างคดีให้ตามขั้นตอน
ด้านแหล่งข่าวอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานรับผิดชอบคดี กล่าวว่า ตามกฎหมายหากภรรยา หรือทายาทของนายอัลรู ไวลี่ สามารถร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ในฐานะผู้เสียหาย แต่ก่อนการยื่นฟ้องอัยการได้ประสานทางการซาอุดิอาระเบียผ่านอุปทูตซาอุ ฯ แล้วว่าจะเป็นโจทก์ร่วมหรือไม่ ซึ่งภรรยาของนายอัลรู ไวลี่ ก็ไม่ได้แจ้งความประสงค์กลับมาแต่อย่างใดเพียงแต่มีการแจ้งให้ทราบว่ามอบหมายให้อุปทูตซาอุ ดำเนินการติดตามคดีแทนผู้เสียหาย
ขณะที่จำเป็นต้องนำภรรยานายอัลรู ไวลี่ มาเบิกความเพื่อสร้างน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์หรือไม่ คงไม่จำเป็น เพราะเมื่อนายอัลรู ไวลี่หายตัวไปแล้วก็มีเอกสารการแจ้งความไว้ที่จะเป็นพยานหลักฐานแสดงต่อศาล ดังนั้นแม้ว่าภรรยาจะไม่มาเบิกความ ไม่ได้ทำให้พยานหลักฐานโจทก์น้ำหนักน้อยลง ขณะที่ตามสำนวนการสอบสวนยังมีพยานส่วนอื่นๆ ที่รับทราบเหตุการณ์การหายตัวไปและเห็นนายอัลรู ไวลี่ถูกทำร้าย ที่อัยการจะนำเข้าเบิกความด้วย สำหรับพยานที่อัยการเตรียมไว้สำหรับคดนี้มี 50 - 60 ปากตามสำนวนการสอบสวน
ส่วนที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม หนึ่งในผู้ต้องหา อ้างว่า พยานบุคคลตามสำนวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ระบุว่ารู้เห็นเหตุการณ์ เป็นพยานที่ให้การกลับไปกลับมาไม่น่าเชื่อและหลบหนีไปแล้ว อัยการจะสามรถติดตามตัวมาเบิกความได้หรือไม่
แหล่งข่าวอัยการ กล่าวว่า มั่นใจว่าการสืบพยาน จะสามารถติดตามพยานที่จำเป็นต้องนำสืบมาให้การให้ได้



