
นอห์แมกซ์หวังส่งออกสินค้าหัตถกรรมเหนือโต30%
"นอห์แมกซ์" คาดส่งออกสินค้าหัตถกรรมปีนี้ ขยายตัว 30% จากปีก่อนมีมูลค่าส่งออกกว่า 3 พันล้านบาท เตรียมจัดโครงการพัฒนาคุณภาพสินค้า พร้อมระดมสินค้าหัตถกรรม 8 จังหวัดภาคเหนือออกร้านจำหน่ายกระตุ้นยอด ขายช่วงต้น ก.พ.53 คาดโกยรายได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
นายจีรศักดิ์ สอนสุวิทย์ อุปนายกส่งเสริมการตลาดภายในประเทศ สมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ หรือ นอห์แมกซ์ เปิดเผยว่า ตลาดส่งออกสินค้าหัตถกรรมของภาคเหนือ ต้นปี 2553 เริ่มมีสัญญาณที่ดี เพราะคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2552 หลังจากช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามทั่วโลก ทำให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศยกเลิกหรือชะลอคำสั่งซื้ออกไป
ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือในปี 2553 จะยอดการส่งออกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีการส่งออกประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยคาดว่าการสั่งซื้อจากต่างประเทศจะชัดเจนมากขึ้นใน ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
นอกจากนั้นในปี 2553 สมาคมฯได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพ รูปแบบ การผลิตสินค้าหัตถกรรมเพื่อส่งเสริมให้สินค้าหัตถกรรมพัฒนาอย่างมีคุณภาพและแข่งขันในตลาดสากลได้ รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการ งานครั้งนี้จะมีขึ้นในต้นเดือน ก.พ.เป็นเวลา 3 วัน เพื่อรวบรวมสินค้าหัตกรรมใน 8 จังหวัดภาคเหนือมาจัดแสดงและคัดเลือกสินค้าที่มีศักยภาพไปร่วมในงาน "Bangkok Internationnel Gifp Far 2010"ที่ ศูนย์การค้า ไบเทคบางนา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20 -25 เม.ย. 2553 นี้ โดยคาดว่าระหว่าง 3 วันของการจัดงานจะมียอดขายประมาณ 30 ล้านบาท
นายจีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยบวกและลบ ที่มีผลต่อตลาดส่งออกสินค้าหัตถกรรมในปี 2553 นี้ ปัจจัยบวกคงเป็นในเรื่องของความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติในฝีมือ ความประณีต ของหัตถกรรมไทย และการทำสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า ที่ทำให้การส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนมีภาษีเหลือ 0% ส่วนปัจจัยลบเป็นเรื่องสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มากเกินไปหรืออยู่ใน สภาวะสงบ อาจทำให้ความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้ากระเตืองขึ้น
ส่วนสมาคมฯและผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรม อยากเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนส่งเสริมผลิตภัณฑ์และการส่งออกในเชิงรุก การเชิญผู้สั่งซื้อจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าภายในประเทศ และสนับสนุนงบประมาณในการจัดส่งสินค้าหัตถกรรมออกแสดงสินค้าในตลาดต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นกำลังสั่งซื้อสินค้าในตลาดต่างประเทศเข้ามาเพิ่มมากขึ้น



