
"ผบ.ตร." แถลงรวบยกแก๊งชิงทองห้างย่านวังหิน
"ผบ.ตร." แถลง ผลการจับกุมคนร้ายจี้ชิงทองในร้านทองกลางห้างย่านวังหิน ขณะพยายามหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน พบมีการวางแผนร่วมกับภรรยาชาวลาว และเพื่อนที่เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว
30 ก.ย.63 พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้กระทำผิดในคดีอาญาทุกประเภท
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายไทย ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราช กรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส วังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ จำนวน 216.5 บาท มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามสืบสวน จนทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้คือ
1.นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ทำหน้าที่ “ลงมือก่อเหตุ”
2.น.ส.จันดา หรือน้อย จันทร์โศก อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว ทำหน้าที่ “ดูต้นทาง/พาหนี”
จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ และ น.ส.จันดา หรือน้อย จันทร์โศก เป็นสามี-ภรรยากัน ได้ร่วมกันวางแผนตระเตรียมการ โดยก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่เก็บของออกจากห้องเช่าภายในซอยเสนานิคม 11 หลังจากนั้นนายชัยมงคล ได้ให้น.ส.จันดา นั่งรถแท็กซี่เพื่อไปที่ภายในซอยเสนานิคม1 ซอย 26 เพื่อสังเกตการณ์จุดที่จะนำรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุเพื่อนำไปทิ้งไว้พร้อมกับสิ่งของพรางตัว
ต่อมา ในวันที่ 27 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 10.30 น. นายชัยมงคล ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha รุ่น TTX ไปยังห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส วังหิน และใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราช กรุงเทพ จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และได้นำเอารถจักรยานยนต์พร้อมด้วยเสื้อผ้าและอุปกรณ์พรางตัวไปทิ้งที่ อพาร์ทเม้นท์ ในซอยเสนานิคม 1 ซอย 26 แล้วจึงเดินทางไปพบกันที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อแบ่งทองที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ และแยกย้ายเพื่อทำการหลบหนี โดยนายชัยมงคล ได้ขึ้นรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต ไปยัง จ.เลย เพื่อเตรียมที่จะเดินทางหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านทางช่องทางธรรมชาติส่วน น.ส.จันดา ได้เดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อนำทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งที่ใส่ไว้ในพัดลมตั้งพื้นไปฝากไว้กับนายสุริยันต์ หรือมอส นิลบรรพต อายุ 37 ปี ในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยนายสุริยันต์ ได้นำทองดังกล่าวไปซุกซ่อนไว้ในบ้านพัก หลังจากนั้น น.ส.จันดา ได้เดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพมหานคร ไปยัง จ.หนองคาย เพื่อเตรียมที่จะเดินทางหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ จำนวน 2 ราย ได้แก่
1.นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1483/2563 ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ ใช้อาวุธปืน ใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ จำนวน 1 เส้น น้ำหนัก 38.3 กรัม โดยจับกุมได้ในพื้นที่ จ.เลย
2.น.ส.จันดา หรือน้อย จันทร์โศก (Chanda Chansouk) อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1484/2563 ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ ใช้อาวุธปืน ใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ จำนวน 3 เส้น น้ำหนักรวม 331.7 กรัม โดยจับกุมได้ในพื้นที่ จ.หนองคาย
พร้อมกันนี้เข้าตรวจสอบบ้านพักของ นายสุริยันต์ หรือมอส นิลบรรพต อายุ 37 ปี ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พบทองคำรูปพรรณ จำนวน 22 เส้น น้ำหนักรวม 1,247.8 กรัม ซึ่งนายสุริยันต์ รับว่าวันที่ 27 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 14.30 น. นายชัยมงคล ได้ติดต่อตนว่าจะนำเงินที่ติดไว้มาคืนให้ โดยนัดหมายกันบริเวณสะพานลอย หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม เมื่อถึงเวลานัดหมาย น.ส.จันดา เป็นผู้นำพัดลมตั้งพื้นมาส่งมอบให้ เมื่อกลับถึงที่พัก ได้ตรวจสอบภายในพัดลมดังกล่าว พบมีทองคำรูปพรรณ และอาวุธปืนซ่อนอยู่ภายใน ตนจึงได้นำอาวุธปืนไปทิ้งน้ำที่คลองใกล้บ้านพัก และนำทองรูปพรรณไปซุกซ่อน ไว้ภายในตู้ลำโพงในโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.สามพราน จ.นครปฐม จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดทองรูปพรรณดังกล่าว และดำเนินคดีกับนายสุริยันต์ หรือมอส นิลบรรพต ในความผิดฐาน “รับของโจรฯ” ต่อไป
อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น TTX สีเทา-ดำ จำนวน 1 คัน คันที่ใช้ก่อเหตุ โดยถูกกลุ่มผู้ต้องหาพ่นสีทับ
จากการตรวจสอบพบว่า นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ เคยก่อเหตุชิงทรัพย์ ร้านทองโต๊ะกังเยาวราช สาขาห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี นวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2552 เวลาประมาณ 10.20 น. และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแล้ว หลังจากพ้นโทษ ได้ร่วมกับพวกก่อเหตุปล้นทรัพย์ร้านทองแม่ทองพูล ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ขอนแก่น เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 19.25 น. เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 227/2562 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2563 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ” และอยู่ระหว่างหลบหนี จนกระทั่งมาก่อเหตุในครั้งนี้และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้



