ข่าว

DSIเร่งสอบคดี"เพชร-ฆ่านักการทูตซาอุฯ"

DSIเร่งสอบคดี"เพชร-ฆ่านักการทูตซาอุฯ"

13 ม.ค. 2553

ดีเอสไอเร่งสอบคดีเพชร-คดีฆ่านักการทูตซาอุฯ ตั้งชุดพบตำรวจสากลที่ฝรั่งเศส

(13ม.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวในฐานะโฆษกดีเอสไอเกี่ยวกับความคืบหน้าของอีก 2 คดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทางการซาอุฯ ติดตาม เพราะจะมีผลต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือ คดีฆ่านักการทูต 4 คน เมื่อปี 2533 และคดีโจรกรรมเพชรซาอุฯ ว่า ในส่วนของคดีฆ่านักการทูต หลังจากที่ดีเอสไอสรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการและอัยการมีความเห็นให้ดีเอสไอออกหมายจับนายอาบู อาลี ชาวอาหรับ ส่งฟ้องศาล แต่เนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นนานเกือบ 20 ปี จึงมีเพียงภาพสเกตซ์ตามที่ตำรวจเคยสเกตซ์ไว้

 ดังนั้นขณะนี้จึงยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาได้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ จึงได้มีคำสั่งมอบหมายให้จัดชุดโดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะเพื่อประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เดินทางไปสำนักงานอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล ที่กรุงริยอง ประเทศฝรั่งเศส ภายในเดือนม.ค.นี้ เพื่อขอความร่วมมือให้ผลักดันหมายจับนายอาบู อาลี เข้าสู่หมายจับบุคคลที่ต้องการตัวของตำรวจสากล ซึ่งมีประเทศสมาชิกจำนวนมากกว่า 190 ประเทศ เพื่อติดตามตัวมาให้ได้ก่อนคดีหมดอายุความในวันที่ 1 ก.พ. นี้ ตามกฎหมายไทย อย่างไรก็ตาม ทางซาอุฯ เห็นว่า กรณีฆ่านักการทูตควรยึดตามสนธิสัญญาหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ที่คดีไม่ควรมีอายุความ ดีเอสไอจึงเร่งพยายามอย่างเต็มที่

  สำหรับคดีโจรกรรมเพชรซาอุฯ ที่เพิ่งรับโอนเป็นคดีพิเศษล่าสุด ขอบข่ายการทำงานของดีเอสไอ จะค้นหาเพชรที่ซาอุฯ ยังไม่ได้คืนและหาผู้ครอบครองเพชร ซึ่งจะมีความผิดฐานรับของโจร ขณะนี้คดีมีเบาะแส แต่ยังคืบหน้าไม่มาก รวมทั้งเนื่องจากคดีเกิดขึ้นนานแล้ว จึงอาจมีการนำเพชรไปแปรสภาพหรือเปลี่ยนตำหนิรูปพรรณของเพชร ทำให้ยากต่อการติดตาม อย่างไรก็ตาม จากการประสานกับซาอุฯมาตลอด ซาอุฯ เห็นว่าถูกละเมิดจากกรณีที่คนซาอุฯถูกฆ่าและทรัพย์สินถูกขโมยจึงต้องการความยุติธรรมและทรัพย์สินคืน