ข่าว

ครม​.อนุมัติงบ1.151ล้านล้านบาท ลงทุนรัฐวิสาหกิจ15กระทรวง

ครม​.อนุมัติงบ1.151ล้านล้านบาท ลงทุนรัฐวิสาหกิจ15กระทรวง

29 ก.ย. 2563

ครม​. อนุมัติงบ1.151ล้านล้านบาท ลงทุนรัฐวิสาหกิจ15กระทรวง คาดอัดฉีดภาคเศรษฐกิจ​4แสนล้านบาท​ พร้อมเห็นชอบโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม​Smart Park​สร้างใกล้ยุทธศาสตร์​เศรษฐกิจ​ภาคตะวันออกสร้างรายได้ต่อปีกว่า1,300ล้านบาท​ คืนทุนใน14ปี

น.ส.รัชดา​ ธนาดิเรก​ รอง​โฆษก​ประจำสำ​นัก​นายก​รัฐมนตรี​ แถลงว่า ครม.​เห็นชอบกรอบและงบการลงทุนรัฐวิสาหกิจ​ จำนวน​ 44​ แห่ง​ 15​ กระทรวง​ จาก​ 52​ แห่ง (อีก 8แห่ง เป็นบริษัทมหาชนจึงไม่อยู่ในกรอบงบลงทุน)​ วงเงิน 1.151 ล้านล้านบาท และวงเงินเบิกจ่ายลงทุน 2.91 แสนล้าน เพื่อใช้ดำเนินโครงการ 16 โครงการ​ อาทิ​ โครงการ ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก /โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park/ โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต​/ โครงการเพิ่มความสามารถ ในการจ่ายไฟด้วยสายเคเบิ้ล​ใต้น้ำให้เกาะต่างๆ โดยการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายลงทุนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตามกรอบวงเงินอนุมัติ สำหรับการประมาณการงบลงทุนประจำปี 2564 ของรัฐวิสาหกิจ​คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ​73,000ล้านบาท

สำหรับประมาณการแนวโน้มในระยะ 3 ปี(2565-2567)​จะมีการลงทุนเฉลี่ยปีละ380,000 ล้านบาทสำหรับผลประกอบการจะมีกำไรเฉลี่ยปีละ106,000ล้านบา​ท​ โดยเมื่อรวมงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ​ทั้งหมดคาดการณ์​ว่าปี2564จะมีวงเงินดำเนินการ​ 1.55ล้านล้านบาทและวงเงินเบิกจ่าย432, 000ล้านบาท โดยมีเงินอัดฉีดสู่ภาคธุรกิจกว่า​4​แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลลงทุนกว่า2,370ล้านบาท​ ในโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม​Smart Park​ อ.เมือง จ.ระยอง​ ที่มีพื้นที่กว่า 1,383 ไร่​ สนับสนุนการลงทุนทางเศรษฐกิจในพื้นที่​ EEC และอยู่ห่างจากจุดยุทธศาสตร์​การลงทุนอย่างท่าเรืออุตสาหกรรม​มาบตาพุต/สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา​/และท่าเรือพาณิชย์​สัตหีบ​เป็นต้น​ โดยมีเป้าหมาย​ให้เกิดอุตสาหกรรม​เป้าหมาย​ อาทิ​ อุตสาหกรรม​หุ่นยนต์/​การบินและโลจิสติกส์​/​การแพทย์​ เป็นต้น​ และคาดว่าจะใช้เวลาโครงการก่อสร้างประมาณ3ปีและคาดว่าจะใช้เวลาเช่าหมดใน4ปีหลังจากก่อสร้าง​เสร็จและคำนวนทางเศรษฐศาสตร์​ จะใช้เวลาคืนทุนอยู่ที่14ปี​หรือ​ค่าปัจจุบัน​สุทธิ​อยู่ที่​585ล้านบาทโดยย้ำว่ามีความคุ้มค่าทางยุทธศาสตร์​สูงมากและเกิดการจ้างงานระหว่างการก่อสร้างกว่า200คน/เกิดการจ้างงานหลังเสร็จสิ้นโครงการกว่า7, 500คนสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ชุมชนกว่า 23 ล้านบาท/และเกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่เศรษฐกิจกว่า1,300ล้านบาทต่อปี โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำชับ ให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ต้องคำนึงถึง สิ่งแวดล้อมและหลักสิทธิมนุษชน​ และทุกส่วนราชการจะต้องเข้มงวดกับการติดตามประเมินผล และไม่เกิดผลกระทบกับประชาชน

นอกจากนี้ยังเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.​ แรงงานรัฐวิสาหกิจ​สัมพันธ์​ก่อนส่งต่อให้สำนักงานกฤษฎีกาและรัฐสภาพิจารณาตามขั้นตอน​ต่อไป​ เนื่องจากมีการบังคับใช้มาเป็นเวลานานและบทบัญญัติบางเรื่อง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน​ เพื่อให้ปรับปรุงวิธีข้อพิพาทแรงงาน​ การห้ามปิดงานหรือการนัดหยุดงาน​ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งและการดำเนินงาน ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ​สัมพันธ์โดยมีสาระสำคัญ​ ที่กําหนดให้ข้อตกลงสภาพการจ้างงาน​ ที่ทำโดยสหภาพ​แรงงานและนายจ้าง​ ซึ่งมีลูกจ้างเป็นสมาชิกเกินกว่า2ใน3ของลูกจ้าง​ทั้งหมด​/ และในกรณีที่มีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ให้ทั้งสองฝ่าย ทำการประนอมข้อพิพาทแรงงานต่อไป/เจรจากันเอง/หรือส่งเรื่องให้คณะกรรมการสหภาพแรงงานวินิจฉัยการกระทำอันไม่เป็นธรรม​ก็ได้เช่นกัน​ / และกำหนดให้นายจ้างที่ต้องการปิดงานและลูกจ้างนัดหยุดงานได้ แต่ต้องแจ้ง อย่างน้อย24ชม./โดยพ.ร.บ.​ ฉบับดังกล่าวยังกำหนดให้บริการสาธารณะตามประกาศ​ อย่างเช่น​ โรงพยาบาล/ไฟฟ้า/ปะปา/และโทรคมนาคม​ มีการบริการขั้นต่ำ​ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนด้วย​