ข่าว

“เทือก”ฉุนปปช.จุ้นเรียกแจงมติก.ตร.อุ้ม3บิ๊กตร.

“เทือก”ฉุนปปช.จุ้นเรียกแจงมติก.ตร.อุ้ม3บิ๊กตร.

13 ม.ค. 2553

“สุเทพ”ฉุนป.ป.ช.จุ้นเรียกแจงมติ ก.ตร. ย้ำ ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิ์มาสั่ง โยน ก.ตร.ทบทวนมติอุ้ม 3 บิ๊กตำรวจคดี 7 ต.ค.

(13ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องการให้ชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)กลับมติของ ป.ป.ช.ให้ 3 นายตำรวจที่ถูกชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงคดีสั่งสลายม็อบ 7 ต.ค. กลับเข้ารับราชการ ว่า “ ป.ป.ช.สั่งมาอย่างนั้นหรือ ”

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ป.ป.ช.ต้องการขอข้อมูลเกี่ยวกับมติ ก.ตร.ดังกล่าว นายสุเทพ หัวเราะและกล่าวว่า “ อ๋อ ป.ป.ช.คงไม่มีหน้าที่มาสั่งผม แต่คิดว่าเมื่อเรื่องไปถึงนายกรัฐมนตรี กฤษฎีกาก็มีความเห็นไปถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจึงสั่งให้ตนไปดำเนินการ ตนก็ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. นำเอกสารที่เป็นความเห็นของกฤษฎีกาและสำเนาคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาในวันที่ 15 ม.ค.นี้ ส่วน ก.ตร.พิจารณาแล้วจะเห็นอย่างไรถือเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ของก.ตร.ผมเป็นแค่ประธานก.ตร. เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอย่างไรก็ต้องรับผิดชอบร่วมไปกับเขา ซึ่งการพิจารณาทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.ระบุว่าหากรัฐบาลสนับสนุนมติ ก.ตร.ดังกล่าว ก็เหมือนจงใจละเมิดกฎหมาย นายสุเทพ กล่าวว่า ป.ป.ช.มีอำนาจอย่างไรก็ต้องทำตามขอบเขตตัวเอง ซึ่งป.ป.ช.ก็ได้ทำไปแล้ว วันนี้ใครจะไปวิจารณ์หน่วยงานอื่นคงไม่เหมาะ อย่างตนก็ไม่ไปวิจารณ์ ป.ป.ช. ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ก็คงไม่ต้องมาวิจารณ์รัฐบาล เพราะไม่ใช่คู่กรณีกัน  

 เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายสุเทพเองเคยระบุว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่ได้บอกว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ขอชี้แจงว่ากรณีที่เกิดขึ้น เมื่อก.ตร.มีมติว่าผู้ที่ถูกลงโทษได้ถูกลงโทษไปเรียบร้อยแล้วตามมติป.ป.ช.แต่คน เหล่านั้นมีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ตามกฎหมายของตำรวจ ซึ่งผู้เสียหายก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ก็มีความเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นฟังขึ้น และเห็นว่านายตำรวจทั้ง 3 คนนั้นไม่มีความผิด

 จึงเสนอความเห็นกลับมาที่ ก.ตร. ซึ่งก.ตร.ก็เห็นด้วยกับคณะกรรมการอุทธรณ์ ถ้าเรื่องจบแค่นั้นตำรวจที่ถูกลงโทษจะได้รับการยกโทษ ที่ถูกไล่ออกหรือปลดออก ก็ได้กลับเข้ามารับราชการ ถ้าเป็นตำรวจระดับผู้บัญชาการก็เป็นอำนาจการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี ถ้านายกรัฐมนตรีเห็นชอบก็ว่าไปตามนั้น แต่ถ้าไม่เห็นชอบนายกรัฐมนตรีอาจนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม. แต่ถ้าหารือในที่ประชุม ครม.แล้วยังขัดแย้งในข้อกฎหมาย ก็ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ทั้งหมดนี้คือการสมมุติถ้าเรื่องถกเถียงไปถึงขั้นนั้น ส่วนถ้าเป็นตำรวจชั้นรองลงไป ก็เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ต้องดำเนินการ แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ยังไม่เป็นไปตามแนวทางที่ตนเอ่ยมา ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้รับความเห็นจากกฤษฎีกาแล้วมีบัญชามาเป็นลายลักษณ์อักษรให้ตนเข้ามาดูแล ตนจึงต้องไปแก้ไขที่ต้นตอ คือ ส่งเรื่องกลับให้ ก.ตร.ไปพิจารณาใหม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากฤษฎีกาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ให้มาอย่างละเอียด แต่สรุปได้ว่าในกรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว และเห็นว่า ก.ตร.ไม่น่ารับอุทธรณ์ได้ เพราะจะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ
 เมื่อถามว่าแต่กฤษฎีกาก็เป็นหนึ่งในก.ตร. นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ทราบไม่มีตัวแทนจากกฤษฎีกาเป็นกรรมการอยู่ใน ก.ตร.

 ส่วนในการประชุม ก.ตร.ในวันที่ 15 ม.ค.นี้ ถ้ายังยืนยันในมติเดิมจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ เพราะมติอาจจะเปลี่ยนหรือยืนตามเดิมก็ได้ ขึ้นอยู่กับผูทรงคุณวุฒิใน ก.ตร. ที่ได้ดูกฎหมายแล้วว่าจะมีความเห็นอย่างไร เพราะความคิดเห็นในข้อกฎหมายนั้นสามารถมองต่างกันได้อยู่ตลอดเวลา

 ต่อข้อถามที่ว่าหากมติเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็เหมือนกับว่าก.ตร.ไม่มีจุดยืนหรือหลักการที่แน่นอนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเหตุผลว่าขณะที่นำเสนอมีเหตุผลเป็นอย่างไร ไม่เกี่ยวว่าใครจะตำแหน่งเล็กหรือตำแหน่งใหญ่ แต่ต้องดูตามข้อเท็จจริง วันนี้ตนส่งเอกสารทั้งหมดให้ ก.ตร.กลับไปพิจารณาแล้ว ซึ่งที่ประชุม ก.ตร.ครั้งที่ผ่านมายังไม่ได้เห็นหลักฐานที่ตนให้ไป ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับ ก.ตร.ว่าเมื่อได้อ่านแล้วจะมีความเห็นอย่างไร