ข่าว

สาวพิการร่ำไห้หนัก ปัญหารุมเร้าบ่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ วอนช่วยเหลือ

สาวพิการร่ำไห้หนัก ปัญหารุมเร้าบ่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ วอนช่วยเหลือ

27 ก.ย. 2563

หญิงวัย 52 ปีเล่าทั้งน้ำตาหลังซื้อรถยนต์ให้ลูกสาวขับและผ่อนค่างวดได้ 8 เดือนเกิดอุบัติเหตุลูกสาวเสียชีวิต ส่วนตนพิการขาหัก ถูกธนาคารฯยื่นฟ้องหลังขาดส่งค่างวดและเป็นหนี้นอกระบบ ทุกข์หนักลูกสะใภ้หนีทิ้งหลานชายวัย 1 ขวบเศษให้เลี้ยงดู บ่นอยากตายทุกวัน

ที่บ้านเลขที่ 114/1 หมู่ที่ 5 ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวจุไรวรรณ ด้วงแก้ว อายุ 52 ปี  อาศัยอยู่กับลูกชายวัย 18 ปีและหลานชายวัย 1 ขวบ 3 เดือน ส่วนสามีเสียชีวิตมาหลายปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันเธอกลายเป็นคนพิการขาหัก หลังประสบอุบัติเหตุพร้อมกับลูกสาววัย 30 ปี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ทำให้ลูกสาวเสียชีวิตคาที่ ส่วนเธอและญาติที่นั่งไปด้วยกันอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส  1 ปีต่อมา เธอถูกธนาคารฯ ยื่นฟ้องให้ชดใช้เงินจำนวน 120,000 บาทภายในเวลา 4 เดือน และให้ผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ส่วนที่เหลืออีกเดือนละ 12,000 บาทเป็นเวลา 38 เดือน ในข้อหาผิดสัญญาเช่าซื้อ   โดยก่อนหน้านี้เธอซื้อรถยนต์ในชื่อของเธอ แต่ให้ลูกสาวใช้งานและเป็นคนผ่อนค่างวด  ซึ่งลูกสาวก็ผ่อนมาตลอด จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต ทำให้ครอบครัวขาดเสาหลักทันที

สาวพิการร่ำไห้หนัก ปัญหารุมเร้าบ่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ วอนช่วยเหลือ

           นอกจากนี้ เธอเล่าทั้งน้ำตาว่า เธอยังเป็นหนี้นอกระบบเพราะไปกู้ยืมเงินมาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยตามประสา 3 คนแม่ลูก  แต่เมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว กลับถูกนายทุนหลอกให้เอาที่ดินไปจำนองเพื่อขอเงินต้นคืน แต่ไม่ได้โฉนดที่ดินคืน ทำให้เธอเป็นหนี้อีกกว่า 1 ล้านบาทและเคยยื่นเรื่องขอกู้เงินจากสถานบันการเงินหลายแห่ง แต่ถูกปฎิเสธ เคยดินทางเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่เรื่องก็เงียบหาย จนกระทั่งถูกเจ้าหนี้ยิงประตูบ้านเพื่อข่มขู่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ตำรวจไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ซ้ำร้ายลูกสะใภ้ทนความลำบากไม่ไหว หนีกลับบ้านเดิม ทิ้งหลานชายวัยขวบเศษไว้ให้ดูแลอีก 1 คน ส่วนลูกชายวัย 18 ปียังไม่มีงานทำ  โชคดีที่เธอได้รับเงินเยียวยาผลกระทบโควิด-19 จำนวน 5,000 บาทจากรัฐบาล จึงได้นำเงินส่วนนั้นไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก เช่น พริกสด มะเขือยาว ข้าวโพดหวานและอื่น ๆ มาปลูก เพื่อนำมาวางขายหน้าร้านแต่ก็ถูกเจ้าหนี้ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงมาเอาไปเพื่อหักหนี้ที่ติดค้างกันอยู่

สาวพิการร่ำไห้หนัก ปัญหารุมเร้าบ่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ วอนช่วยเหลือ

            ส่วนร้านขายของชำก็ไม่มีเงินซื้อของมาขายนานนับปีแล้ว จนต้องให้หลานชายวัยขวบเศษ ลดนมผงกระป๋องละ 300 กว่าบาทให้เหลือราคาถูกที่สุดเพียง 100 กว่าบาท และใช้แพมเพิสเฉพาะกลางวันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเธอคิดฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า เครียด เอาแต่ร้องไห้ และนอนไม่หลับเพราะหมดหนทางต่อสู้ จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นเธอบอกว่าเธอจะฆ่าตัวตายแน่นอน ส่วนใครที่อยากจะให้ความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์สอบถามเธอได้ที่หมายเลข 093-7306447

 

สาวพิการร่ำไห้หนัก ปัญหารุมเร้าบ่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ วอนช่วยเหลือ

สาวพิการร่ำไห้หนัก ปัญหารุมเร้าบ่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ วอนช่วยเหลือ

"คมชัดลึก ลึกยิ่งกว่าข่าว" ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง