
"สะสม-ขาย"สุขที่ได้จากของเก่า
เพื่อให้ประชาชนชาวไทยย้อนรำลึกวันวานอันยิ่งใหญ่ของกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่อยมาถึงกรุงเทพมหานคร โดยจำลองชีวิตความเป็นอยู่ และศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพร้อมด้วย ดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยร่วมเ
ภายในงานซึ่งตกแต่งด้วยบรรยากาศยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นได้จัดแบ่งโซนออกเป็น 5 โซน ได้แก่ ตำนานคู่แผ่นดิน การจัดแสดงรถยนต์โบราณ ลานการแสดงดนตรี ตลาดโบราณ และสินค้าพื้นบ้านในอดีต ที่นอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจและอิ่มหนำสำราญให้แก่ประชาชนที่ไปร่วมงานแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมไปถึงเหล่าบรรดาศิลปินนักแสดงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ที่ตบเท้าเข้าร่วมสร้างสีสันความสนุกให้แก่คนดูอย่างครึกครื้นอีกด้วย
ท่ามกลางร้านค้าจำหน่ายสินค้าโบราณมากมาย "ร้านปู่แดง" ที่ได้นำเอาข้าวของเครื่องใช้โบราณต่างๆ มาโชว์และจำหน่ายดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เพราะน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้พบเห็นมาก่อน ขณะที่ผู้ชมวัยกลางคนไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่เมื่อได้ย่างกรายเข้ามาชมของเก่าโบราณ ที่ห่างหายไปจากความทรงจำเนิ่นนานถึงกับพากันยิ้มแย้มแก้มปริ เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกครั้ง ทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่าได้ย้อนวันวานกลับมาอีกครั้ง
ในฐานะนักสะสมของเก่าที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของงาน"ปู่แดง" สำลี พึ่งย้อย เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของการเก็บรวบรวมของต่างๆ ว่าเกิดจากกล่องไม้ขีดไฟเก่าๆ เพียงกล่องเดียว จากคนเก็บของเก่าเขาเอามาวางขายข้างริมถนนจึงซื้อไว้ จากนั้นจึงเริ่มซื้อมาเรื่อยๆ แล้วนำมาจัดวางเรียงไว้ภายในตู้ จนเกิดความสวยงามปนกับสีสันภาพเขียนตามข้างกล่อง และกลายเป็นการตระเวนออกหาซื้อของเก่าต่างๆ มาเก็บรวบรวมไว้จนถึงวันนี้
"ตอนแรกผมเริ่มจากการสะสมของเก่าเพียงเล็กน้อยแต่เมื่อพอนานวันเข้าของเก่าที่ผมสะสมไว้ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ผมรู้สึกว่ามันดูสวยงามดี และคิดว่าทำไมเราถึงไม่เริ่มที่จะเก็บสะสมของเก่าอย่างจริงจังไปเลย เพราะการที่เราได้นำของเก่าออกมาโชว์และจำหน่ายนั้น เป็นเหมือนการแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่น เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้เข้ามาชมหรือซื้อไปสะสมนั้น จะได้ทั้งรอยยิ้มและความสุขกลับบ้านไปอย่างแน่นอน" นักสะสมของเก่ากล่าวปิดท้าย
เรื่อง/ศิริรัตน์ จำรูญหิน ภาพ / ธนาชัย ประมาณพาณิชย์



