
หวยออนไลน์ VS ตั๋วทอง
ในระยะนี้เรื่องที่ชาวบ้านโจทย์ขานกันมากเห็นจะไม่พ้นเรื่องที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกมาพูดว่าจะยกเลิกหวยออนไลน์ ทั้งๆ ที่กองสลากประกาศจะออกขายในเดือนมีนาคมนี้แล้ว
นายกฯ อภิสิทธิ์ ให้เหตุผลในการยกเลิกว่าไม่ต้องการมอมเมาเยาวชนเป็นเหตุผลหลักและทันทีที่ท่านนายกฯ ได้ออกมาพูดจาชัดเจนเช่นนั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ผ่านทางสื่อต่าง ๆ มาแทบไม่เว้นแต่ละวัน
บรรดาเอ็นจีโอทั้งหลายต่างก็ขานรับสนับสนุนการยกเลิกหวยออนไลน์กันโดยทั่วหน้า เมื่อได้ยินชื่อคนพูด คนแสดงความเห็นแล้วแทบจะไม่ต้องฟังหรืออ่านว่าเขาจะพูดอะไรก็จะเดาได้หมดว่ามีแต่เสียงเชียร์ นายกฯ อภิสิทธิ์ ในเรื่องนี้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูโดยไม่ต้องมีเหตุผลข้อเท็จจริงอะไรประกอบ
เสียงคัดค้านจากนักวิชาการและคอลัมนิสต์บางคนก็มีอยู่ประปราย เว้นแต่นักวิชาการเจ้าเก่า ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ก็ได้ออกมาพูดชัดเจนว่าการที่นายกฯ สั่งให้เลิกหวยออนไลน์นั้นมีแต่เสียกับเสีย ท่านผู้นี้ได้อ้างสถิติที่ตนศึกษามาอย่างชัดเจน เช่นว่ากระแสเงินที่สะพัดอยู่ในวงหวยใต้ดินนั้นปีหนึ่งมีถึง 3 แสนล้านบาท (ประมาณ 25% ของงบประมาณประจำปี) นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่าเมื่อคราวมีหวยบนดิน หวยใต้ดินก็หดหายไปพอสมควร
สำนักโพลล์ต่างๆ ก็พากันออกมาสำรวจความคิดเห็นและผลที่แสดงถึงคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยค่อนข้างจะก้ำกึ่งกัน โดยฝ่ายเห็นด้วยกับ นายกฯ อภิสิทธิ์ มีเปอร์เซ็นต์สูงกว่าฝ่ายไม่เห็นด้วยแค่ 3% ผมเองแปลกใจในผลการสำรวจครั้งนี้ เพราะที่จริงตัวเลขผู้แสดงความเห็นด้วย น่าจะสูงเกิน 80% ทั้งนี้เพราะคนเรานั้นคงจะไม่พูดอะไรที่คิดว่าไม่ถูกกับคนแปลกหน้า ที่มาสอบถามทั้งๆ ที่ใจไม่ได้คิดอย่างนั้น เช่น คำถามในกรณีนี้ก็คงต้องตอบว่า เห็นด้วยที่ให้ยกเลิกหวยออนไลน์ เพื่อเอาดีเข้าไว้ตามวิสัยมนุษย์ที่ไม่บอกความรู้สึกจริงๆ แก่คนอื่น
แต่ที่มาแปลกคือ พระอาจารย์นักเทศน์ชื่อดังหลวงพ่อพยอม ออกมาแสดงความคิดเห็น แน่นอนว่าท่านต้องยอมรับว่าหวยออนไลน์เป็นอบายมุขอย่างหนึ่งที่ควรขจัด แต่เมื่อบวกลบคูณหารตามความเป็นจริงแห่งชีวิตแล้ว รัฐบาลก็ไม่ควรจะยกเลิกหวยออนไลน์ เพราะได้ไม่เท่าเสีย พระรูปนี้ท่านมีความกล้าหาญจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ให้ยกเลิกหรือให้ดำเนินการต่อของหวยออนไลน์นั้นก็ค่อนข้างก้ำกึ่งกัน โดยเฉพาะในเรื่องอันตรายต่อเยาวชนนั้นคนบางกลุ่มเห็นว่า ในปัจจุบันนั้นในสังคมไทยเรามีสิ่งที่ยั่วยุให้เยาวชนประพฤตินอกลู่นอกทางอยู่มากมายนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ทั้งสุรานารีพาชีกีฬาบัตร ครบเครื่อง เปรียบเหมือนน้ำเต็มแก้วอยู่แล้ว เติมอะไรลงไปอีกก็ไม่มีความหมายอะไร แต่ที่เขาข้องใจกันมากก็คือ ทำไม นายกฯ อภิสิทธิ์ เพิ่งมาเลิกตอนนี้และ นายกฯ อภิสิทธิ์ ก็ได้ชี้แจงว่าคิดและบอกให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบรับทราบแล้วตั้งแต่วันเข้ารับหน้าที่ใหม่ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น่าเป็นห่วงในเรื่องเอกภาพการสั่งงานของนายกฯ เป็นอันมาก เพราะดำริอะไรแล้วไม่มีคนทำ กลับปฏิบัติการสวนทางเหมือนเตรียมการเพื่อให้นำหวยออนไลน์ออกขายได้ในเดือนมีนาคมนี้ น่าเป็นห่วง
สุดท้ายมีคนฝากให้ถามท่านนายกฯ ว่า การเล่นตั๋วทองที่เรียกว่าโกลด์ฟิวเจอร์นั้นเป็นการเสี่ยงโชคเก็งกำไร จัดว่าเป็นการพนันอย่างหนึ่งเหมือนกัน ทำไมรัฐกลับส่งเสริม และดูเหมือนว่าจะยอมให้ซอยสัญญาจาก “ทอง 50 บาท” ลงเหลือเท่าไรก็ได้ไม่กลัวมอมเมาเยาวชนหรือ
นายหนูใหญ่ [email protected]



