ข่าว

ระบบเทคโนโลยีในโลกของตำรวจ

ระบบเทคโนโลยีในโลกของตำรวจ

13 ม.ค. 2553

“ต้องเร็ว ต้องแรง ดูการออกตัว ถ้าออกตัวดีก็ใช้ได้” บางส่วนของถ้อยคำที่เล่าถึงวิถีการแข่งรถซึ่งวางอยู่บนระบบความสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่นและคนโตผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออู่ซ่อมรถ หรือร้านแต่งรถ “ถ้าแข่งชนะก็เอาเงินมาแบ่งกัน ถ้าแพ้ก็มาคุยกันว่าจะ

 คำพูดสะท้อนให้เห็นว่าวิถีการแข่งรถมีความเกี่ยวพันกับการทะเลาะวิวาทซึ่งบ่อยครั้งพบว่ามีความรุนแรงจนถึงขั้นการใช้อาวุธ

 การจัดแข่งรถเถื่อนระหว่างร้านซ่อมรถแต่ละร้าน เป็นการประกาศศักดาให้เห็นถึงฝีมือในการซ่อมและดัดแปลงรถ รวมถึงแสดงพลังอำนาจของกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เป็นพวกเดียวกันกับร้านซ่อมรถ ดังตัวอย่างคำพูดที่ว่า ”ไอ้โอ๋ มันเก่ง เจ๋งสุดแล้ว มันอยู่ร้านรถน้าไก่” เป็นคำพูดพาดพิงถึงเด็กวัยรุ่นที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญด้านรถมอเตอร์ไซค์ทั้งในเรื่องตัวรถ เครื่องยนต์กลไก และการขับขี่ เนื่องจากคลุกคลีอยู่ในร้านซ่อมรถแห่งหนึ่ง

 สำหรับเด็กวัยรุ่นนั้น นอกเหนือจากรถมอเตอร์ไซค์จะมีอำนาจในการทำให้ผู้ครอบครองกลายเป็นที่สนใจของกลุ่มเพื่อนแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ยังเป็นเครื่องมือในการทดสอบฝีมือและใจ “พี่เขาทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วก็พาผมไปทดสอบ” เด็กหนุ่มผู้เล่านำตัวเองเข้าไปสวามิภักดิ์ต่อชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้มีประวัติการกระทำผิดและเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ประสบการณ์ของการรับโทษในเรือนจำนอกจากจะไม่มีผลต่อการปรับปรุงวิถีการดำเนินชีวิตให้ดำเนินไปตามกรอบของกฎหมายแล้ว เขายังกลายเป็นผู้ฝึกสอนวิถีการกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายให้แก่เหล่าบรรดาเด็กวัยรุ่นผู้ฝักใฝ่ในการใช้ชีวิตในโลกอาชญากรรมเริ่มต้นจากบททดสอบฝีมือการลักทรัพย์

 “เขาเห็นผมถนัดเรื่องมอเตอร์ไซค์ก็เลยให้ผมเริ่มจากมอเตอร์ไซค์”

 เด็กหนุ่มใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 นาทีในการปลดล็อกและขี่รถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านที่จอดอยู่บริเวณหน้าห้องเช่าซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากป้อมตำรวจในชุมชนมากนัก การกระทำครั้งนี้เป็นไปเพียงเพื่อการทดสอบฝีมือโดยไม่มีสิ่งตอบแทน นอกจากเหนือความรู้สึกมั่นใจที่เกิดขึ้นจากการทดสอบฝีมือว่า “ผ่าน”

 หลังจากนั้นเด็กหนุ่มนั่งรถกระบะออกไปพร้อมกับรุ่นพี่กลุ่มเดิม มุ่งตรงสู่จังหวัดใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายขโมยรถจักรยานยนต์ แผนโจรกรรมรถถูกกำหนดขึ้นเพื่อนำรถที่ขโมยมาส่งต่อให้แก่อู่ซ่อมรถเจ้าประจำในอีกจังหวัดหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนกับยาเสพติด อู่ซ่อมรถจะจัดการแยกชิ้นส่วนและประกอบรถใหม่ซึ่งคนในวงการเรียกว่า “ยำอะไหล่” ในขณะที่ตำรวจใช้คำเรียกว่า การสวมซาก

 สถิติรถหายเพิ่มจำนวนมากขึ้นพอๆ กับปริมาณคดีรถหายที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ การปราบปรามด้วยระบบสืบสวนโดยใช้ระบบการข่าวและการวางระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อสืบสวนไปให้ถึงแหล่งผลิต ดัดแปลง หรือรับซื้ออะไหล่รถและอู่ซ่อมรถต่างๆ เพื่อประกอบการวางแผนในการจับกุมกลุ่มคนร้ายในลักษณะของการขยายผลไปยังเครือข่ายขบวนการโดยสาวไปให้ถึงตัวการหรือผู้ให้การสนับสนุน โดย บูรณาการการสืบสวนร่วมกับคดีที่เกี่ยวข้องเช่น คดียาเสพติด คดีเงินกู้นอกระบบดังนโยบายของ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ น่าจะเป็นยุทธวิธีที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปราบปรามเหตุโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในปัจจุบัน

 คำถามสำคัญคือ ปัจจุบันตำรวจไทยมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและระบบข้อมูลข่าวสารเพื่อการสืบสวนจับกุมคนร้ายมากน้อยเพียงใด ?

 ปนัดดา ชำนาญสุข