ข่าว

บัญญัติ 5 ประการ

บัญญัติ 5 ประการ

13 ม.ค. 2553

ถ้าหากการชุมนุมของคนไม่ว่าจะเป็นสีไหน แล้วทำให้เกิดการตื่นตัว การบังคับใช้กฎหมาย ก็เป็นการชุมนุมที่น่าสนับสนุน

 แต่ถ้าเป็นการชุมนุมแล้วไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย หรือเพื่อให้เกิดการกระทำผิด หรือส่งเสริมการกระทำผิด หรือเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิด ก็ไม่เพียงแค่ไม่สนับสนุน หากแต่เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และไร้ความชอบธรรม

 เสื้อแดงที่เขายายเที่ยงที่ชุมนุมในวันนัดหมาย และเลิกราไปเมื่อครบกำหนด ก็ดูจะเป็นการชุมนุมที่พอจะมีเหตุมีผล ไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง

 แต่พอมี ทักษิณ ชินวัตร โผล่ออกจอบอกว่านี่คือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จะเอาทีวีเข้าตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทมหาชน

 ที่สำคัญ ทักษิณ ยังมาถามว่า ผิดอะไร ทั้งที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี โทษฐานที่กระทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 อันเป็นกฎหมายที่ออกตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่คนเสื้อแดงเรียกร้องให้เอากลับมาใช้ทั้งดุ้นนั่นแหละ

 หนักไปกว่านั้น ก็คงจะเป็น

 นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของ ทักษิณ ที่ให้สัมภาษณ์ในวันถัดมา เสนอบัญญัติ 5 ประการ แล้วบอกว่า เพื่อให้บ้านเมืองสงบ

 1.ต้องนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้
 2.นิรโทษกรรมคดีทุกคดี
 3.ใช้สัตยาบันกับทุกสี ยอมรับผลการเลือกตั้ง พรรคไหนได้เสียงข้างมากก็เป็นรัฐบาล
 4.ยุบสภา
 5.เลือกตั้งใหม่

 นพดล คนตาหวานบอกว่า นี่คือบัญญัติ 5 ประการ แต่ถ้าให้คนอื่นมาอ่านมาฟังบัญญัติที่ว่า มันน่าจะเรียกว่า เงื่อนไข หรือคำขู่เสียมากกว่า เพราะแต่ละเรื่องที่เสนอมา เหมือนจะบังคับให้ทำ เพราะถ้าไม่ทำบ้านเมืองจะไม่สงบ

 ทั้งที่ทุกวันนี้ ถ้า นพดล ลองนั่งอยู่บ้านเฉยๆ พวกนักชุมนุมทั้งหลาย พวกสู้แล้วอม อมแล้วรวย ทั้งหลาย พักผ่อนเสียบ้าง ...บ้านเมืองมันก็สงบ

 ไม่เห็นต้องไปดิ้นรน นิรโทษกรรมให้แก่คนที่ไม่สำนึกผิด ไม่เห็นต้องเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมา เพื่อให้คนผิดพ้นโทษ ทั้งที่คนผิดก็ไม่ได้เคารพกฎหมายที่ออกมาตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ว่า

 ที่สำคัญบ้านเมืองยังแตกกันอยู่อย่างนี้ยุบสภาไป ถึงฝ่ายเสื้อแดงกลับมาเป็นรัฐบาล ถามว่า มันจะสงบลงได้หรือ ตราบใดที่ยังมี ทักษิณ ชักใยรัฐบาลเป็นหุ่นเชิดแบบที่ผ่านมา