
รสนาร้องสอบนักการเมือง-ผู้มีอิทธิพลครองที่รัฐ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่มีนักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีการครอบครองที่ดินต้องห้ามหรือที่สาธารณะ ว่า สังคมไทยให้ความสนใจในเรื่องนี้น้อยมากโดยเฉพาะนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจทางการเมือง ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เห็นได้ว่ามีการครอบครองเป็นของตัวอยู่เป็นอย่างมาก ซึ่งหากภาคสังคมมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
เชื่อว่าจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางสังคม ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ละอายไม่กล้ากระทำผิดกฎหมายเช่นกรณีการครอบครองเขายายเที่ยงซึ่งหากมีการกำหนดชัดว่าผิดกฎหมาย บุคคลที่ครอบครองจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่ล่าสุดทางอัยการสูงสุดก็มีการตีความว่าการถือครองโดยไม่ทราบหรือไม่ได้ถือครองตั้งแต่ต้นถือว่าไม่ผิดนั้น เห็นได้ชัดว่ามีการตีความจริยธรรมทางกฎหมายในระดับไหน
“ขณะนี้เรื่องจริยธรรมในสังคมไทยโดยเฉพาะนักการเมืองลดน้อยลง หากเป็นต่างประเทศ เช่นกรณีที่มีขบวนรถไฟเกิดอุบัติเหตุชนกันสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รัฐมนตรีที่ดูแลเขายังประกาศรับผิดชอบด้วยการลาออกแต่ในสังคมไทย กลับตรงข้ามโดยมักอ้างว่าไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ล่าสุดเรื่องการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง ที่เหล่าบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างยืนยันว่ายังไม่มีการใช้จ่ายงบประมาณจึงไม่ผิด ขอถามว่าต้องให้เกิดความเสียหายก่อนใช่หรือไม่จึงจะผิด อย่างน้อยควรคำนึงเรื่องจริยธรรมอันต้องห้ามบ้าง” น.ส.รสนา กล่าว
น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่าประชาชนควรเรียกร้องให้นักการเมืองมีความรับผิดชอบทางจริยธรรมให้ถึงที่สุด ซึ่งตนทราบมาว่า ขณะนี้มีนักการเมืองและอดีตนักการเมืองชื่อดังหลายคนได้เข้าครอบครองที่ดินต้องห้ามหรือที่ดินสาธารณะหลายแห่ง จึงอยากให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบและกดดันนักการเมืองเหล่านี้ไม่ให้กระทำผิดด้วยเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานและสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านสิ่งที่ผิดจริยธรรมให้สูงขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่จับตามมองเฉพาะกรณีที่เป็นประเด็นทางการเมืองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่ดินต้องห้ามหรือที่ดินสาธารณะที่มีอดีตนักการเมืองและนักการเมืองเข้าไปครอบครองหลายแห่งอาทิ บริเวณอุทยานเขาใหญ่ เกาะสมุย เป็นต้น



