
เจ็ตสกีชิงมะกันจัดเจ็ตสกีโลก โวยเงินบีชเกมส์ไม่ได้
สนิท วรปัญญา นายใหญ่สมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย สั่งลุยเต็มสูบดึงศึก "เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ไฟนอล" ที่สหรัฐผูกปีเป็นเจ้าภาพจัดมาเกือบ 30 ปี
มาจัดชิงชัยที่เมืองไทยให้ได้ เชื่อสมาชิกนับสิบๆ ชาติเทเสียงหนุน ด้านอุปนายกแจง นักบิดโต้คลื่นชุดบีชเกมส์ 2008 จนป่านนี้ยังไม่ได้เงินเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อม ทั้งที่ทำเรื่องเบิกมาปีกว่าแล้ว
นายสนิท วรปัญญา นายกสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ แผนงานหลักของสมาคมยังคงเน้นไปที่การขอสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดรายการเวิลด์คัพ กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อรวมกับการจัดรายการคิงส์คัพ ของไทย ทำให้วงการเจ็ตสกีเกิดการพัฒนามากขึ้น และที่สำคัญนักกีฬาทั่วโลกต่างให้ความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถจัดงานระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยม
"จากการประเมินผลงานของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันพีทีที-ไวท์แซนด์บีช เจ็ตสกี คิงส์คัพ เวิลด์คัพ กรังด์ปรีซ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2552 พบว่านักกีฬาทั้ง 32 ชาติที่เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก ฟินแลนด์ รัสเซีย แอฟริกาใต้ บราซิล ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ คูเวต ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าไทยจัดการแข่งขันได้มาตรฐาน ไม่เป็นรองการแข่งขัน เวิลด์ ไฟนอล ที่รัฐอริโซนา สหรัฐ เป็นเจ้าภาพมากว่า 29 ปีแล้ว" นายสนิท กล่าว
อดีตประธานวุฒิสภาจากลพบุรี ยังกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยสามารถชิงสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์ไฟนอลจากสหรัฐได้สำเร็จ ก็จะถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเจ็ตสกีโลก และที่สำคัญจะสร้างประโยชน์มหาศาลให้ประเทศไทยหลายต่อหลายด้าน
"ดังนั้นในปี 2553 แผนงานของสมาคมจึงเน้นไปที่การวางรากฐานที่เข้มแข็ง 3 ด้าน เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันที่ยั่งยืน ได้แก่ 1.พัฒนาการแข่งขันในประเทศและเวิลด์คัพ กรังด์ปรีซ์ อย่างต่อเนื่อง 2.เน้นประชาสัมพันธ์ข่าวสารกีฬาเจ็ตสกีไปยังประชาชนให้มากขึ้น และ 3.พัฒนากลุ่มการเล่นส่วนบุคคลเพื่อสันทนาการซึ่งมีขนาดใหญ่ เป็นการขยายตลาดและบุคลากรรองรับสำหรับกีฬาชนิดนี้ในอนาคต โดยจะมีกิจกรรมท่องเที่ยวนำร่อง อาทิ การขับขี่ครั้งประวัติศาสตร์ในอ่าวไทย เส้นทางกรุงเทพฯ ถึงเกาะสมุย เป็นต้น"
ด้าน ดร.สันทัด ศะศิวณิช อุปนายก กล่าวเสริมว่า ส่วนปัญหาหนักอกในเวลานี้ของสมาคม คือ งบประมาณการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2008 โดยนักเจ็ตสกีไทยไปร่วมแข่งขัน และสร้างผลงานคว้า 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง และสมาคมกับนักกีฬาต่างช่วยกันออกเงินสำรองค่าเก็บตัวฝึกซ้อมไปก่อน แต่จนบัดนี้ปีกว่าแล้ว ยังไม่ได้เงินค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมและเงินอัดฉีดเลย แม้สมาคมจะมีการติดต่อประสานงานทวงถามทุกสัปดาห์ แต่ก็ถูกผลัดมาตลอด ทำให้ไม่รู้ว่าจะตอบนักกีฬาได้อย่างไร จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องภาครัฐช่วยดูแลเรื่องนี้ให้นักกีฬาทีมชาติชุดบีชเกมส์ 2008 ด้วย



