
กรมชลฯแจงสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว พัทลุง เหตุชาวบ้านขาดแคลนน้ำ
กรมชลประทานแจงกรณีกลุ่มผู้คัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พัทลุง ร้องเรียนที่ทำเนียบ ระบุสร้างเพราะชาวบ้านร้องขาดแคลนน้ำ ยันสร้างในเขตป่าสงวน ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานดูแลก่อน
นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่กลุ่มผู้คัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ได้เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องเพื่อคัดค้านการก่อสร้างโครงการฯ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2563 ณ อาคารศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล
โดยมีนายสุเทพ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมและรับเรื่องร้องเรียน ร่วมกับผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมีนายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนกรมชลประทานนั้น
กลุ่มชาวบ้านที่มาเรียกร้องคือ กลุ่มรักษ์โตนสะตอ ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อ เช่นการขอให้ตรวจสอบข้อมูล และขั้นตอนต่าง ๆ
ทั้งนี้นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน ชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมชลประทานดังนี้
1.การดำเนินโครงการของกรมชลประทานมีลำดับขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การได้รับเรื่องการขอให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำ การศึกษาเบื้องต้น การศึกษาวางโครงการ/การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม การออกแบบรายละเอียด การขออนุญาตการใช้พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง การของบประมาณ และการก่อสร้าง
2.ที่กล่าวว่ากรมชลประทานมีการพัฒนาแหล่งน้ำ แล้วทำลายป่าไม้หรือระบบนิเวศนั้น เมื่อเปรียบเทียบแล้วพบว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ควรให้ความเป็นธรรมกับกรมชลประทาน
เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน
3.การดำเนินการก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่เหล่านั้นก่อน และ
4.การชดเชยค่าที่ดินหรือการจ่ายค่าอาสินพื้นที่ก่อสร้าง จะต้องมีการรับรองจากเจ้าหน้าที่ในท้องที่ กำนัน นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด กรมชลประทานจึงจะดำเนินการได้
ทั้งนี้ ประธานการประชุมขอให้ผู้คัดค้านเมื่อได้ชี้แจงข้อร้องเรียนแล้วขอให้กลับไป จ.พัทลุงก่อน โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบประเด็นข้อร้องเรียนทั้ง 7 ข้อต่อไป แต่ผู้คัดค้านไม่ยินยอม จะขอปักหลักประท้วงต่อไป
ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อสรุปให้ผู้คัดค้านการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วไปจัดทำข้อเรียกร้อง เสนอนายกรัฐมนตรีลงนาม แล้วยุติการชุมนุมที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเดินทางกลับจ.พัทลุงต่อไป
ทั้งนี้ พล.อ.กัมปนาท รุดดิฐษ์ องคมนตรี และพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ได้ร่วมรับฟังบรรยายสรุป ณ ศาลาประชาคม หมู่ 5 บ้านหลักสิบ และรับฟังผู้ได้รับผลกระทบและผู้สนับสนุนโครงการ และตรวจเยี่ยมจุดก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่บ้านเหมืองตะกั่ว หมู่ 1 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563
นอกจากนี้นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ และคณะ ลงพื้นที่นำคณะสื่อมวลชนสำรวจโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง โดยมีนายภูดิศ ชนะวรรณโณ นายอำเภอป่าบอน ให้การต้อนรับและลงพื้นที่ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานราชการระดับอำเภอ และระดับตำบล ผู้นำชุมชน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ณ โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุงด้วย



