
อภิสิทธิ์ไม่หวั่นอาฟตาพ่นพิษข้าวพม่าทะลักเข้าไทย
"นายกฯ"ไม่หวั่นอาฟตาพ่นพิษข้าวพม่าทะลักเข้าไทย เชื่อฝีมือก.พาณิชย์รับมือได้ สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ คืบ ดีเดย์ปักเสาเข็ม มี.ค. 53 หลังกลุ่มทุนจีน-ไทย คว้าประมูลงานก่อสร้างเสนอราคาต่ำสุด ด้านหอการค้าเชียงราย ห่วงหลังสะพานเสร็จสินค้าต่างประเทศทะ
(12ม.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟต้าโดยเฉพาะสินค้าข้าว ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้วางแนวทางในเรื่องของมาตรการต่างๆที่จะควบคุม ซึ่งจะมีเรื่องการแจ้งการขึ้นทะเบียนการตรวจสอบผู้ที่จะนำเข้าสินค้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลในเรื่องข้าวที่จากพม่าจะทะลักเข้ามาในไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในภาพรวมเราคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหามาก แต่เราไม่ได้ประมาท ได้ให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดแนวทางสำหรับสินค้าพืชผลทุกชนิดไม่ใช่เฉพาะข้าว และคิดว่าน่าจะมีแนวทางออกมาได้ทันก่อนจะมีการซื้อขายกัน
กลุ่มทุนไทย-จีนเดินหน้าสะพานข้ามแม่น้ำโขงอ.เชียงของ
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) (เชียงของ-ห้วย ทราย) เชื่อมเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน สปป.ลาว (เส้นทาง R3a ) หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ตั้งอยู่บริเวณบ้านปักอิง ต.ศรีดอนไชย อ.เชียงของ จ.เชียงรายอ.เชียงของ จ.เชียงราย ภายใต้งบก่อสร้างทั้งหมด 54.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,934 ล้านบาท มาจากฝ่ายไทย 1,034.7 ล้านบาท ส่วนฝ่ายจีน 967 ล้านบาท
ล่าสุดกรมทางหลวงได้จัดประกวดราคาจนได้บริษัทผู้รับเหมาแล้ว คือ กลุ่ม CR5-KT Joint Venture ประกอบด้วย China Railway No.5 Engineering Group Co ,Ltd ประเทศจีน และบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด คือ 43,158,581.11 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 1,431,138,545 บาท) คาดว่าจะสามารถตรวจสอบผลการประกวดราคาและลงนามสัญญาจ้าง เพื่อเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือน มี.ค. 2553 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน
นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงจะเริ่มก่อสร้างในเดือน มี.ค. 2553 นี้ การเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่กว้านซื้อที่ดินหรือมีโปรเจคลงทุนในจุดใกล้พื้นที่สร้างสะพานก็เริ่มวางแผนลงทุน ออกแบบก่อสร้าง เช่น กลุ่มทุนจากจีนในนามบริษัท จิ้วโจวอินเตอร์ จำกัด ที่เตรียมสร้างโรงแรม 5 ดาวขนาด 200 ห้อง และสนามกอล์ฟใน สปป.ลาว ฯลฯ
ทั้งนี้การลงทุนไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงเพราะเมื่อการก่อสร้างสะพานมีความชัดเจน เชื่อว่าการลงทุนจะหลั่งไหลเข้ามา แต่สิ่งที่หอการค้าฯเป็นห่วง คือ การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคคลกรในพื้นที่ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยไม่ปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องปรับตัวอย่างมากเพราะหลังสะพานสร้างเสร็จสินค้าเกษตรจากจีนจะทะลักเข้ามาโดยไม่มีกำแพงภาษีปิดกั้น เพราะผลจากข้อตกลงการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้โครงสร้างภาษีส่งออกและนำเข้าในกลุ่มประเทศอาเซียนลดลงเหลือ 0%
นายวิรุณ กล่าวอีกว่า เกษตรกรในจ.เชียงรายและภาคเหนือ ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงเสรีการค้า ผัก -ผลไม้ ระหว่างไทยและจีนมานานแล้ว ยิ่งอาฟต้ามีผลบังคับใช้ขณะเดียวกันประตูที่เปิดสู่ประเทศเพื่อนบ้านก็สะดวกสะบายมากขึ้น ทำให้การขนส่งสินค้ารวดเร็ว เกษตรกรจึงจำเป็นต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานผลผลิตให้แข่งขันกับตลาดได้ มิใช่ปล่อยให้สินค้าจากต่างประเทศทะลักเข้ามาตีตลาด แต่ต้องแสวงหาประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงรอบด้านที่เกิดขึ้น
"หอการค้ารับจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่กำกับดูแลการนำเข้าส่งออก ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาการประสานงานอาจยังไม่ต่อเนื่องเพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นตัว แต่นับการก่อสร้างสะพานมีความชัดเจนหอการค้าฯจะเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคคลกร เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต"นายวิรุณกล่าว



