ข่าว

กรมชลฯศึกษาแนวส่งน้ำเติม "เขื่อนภูมิพล" แก้ขาดแคลนให้คนกรุง-ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมชลฯศึกษาแนวส่งน้ำเติม "เขื่อนภูมิพล" แก้ขาดแคลนให้คนกรุง-ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

14 ก.ย. 2563

กรมชลประทานศึกษาแนวทาง "การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล" พบแนวส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำยวมตอนล่าง-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลที่จะผันน้ำมาจากแม่น้ำยวมเหมาะสมที่สุด แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้คนกรุงเและประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2554 ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ซึ่งเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยที่ได้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2495 อยู่คู่กับคนไทยมา 60 กว่าปีไม่เคยเต็มอีกเลยทั้งที่ภาคประชาชน อุตสาหกรรม การเกษตร และภาคบริการมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2559 ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและสาขามีความต้องการใช้น้ำ ประมาณ 18,500 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 21,100 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ในอีก 20 ปี ข้างหน้า

            กรมชลฯศึกษาแนวส่งน้ำเติม "เขื่อนภูมิพล" แก้ขาดแคลนให้คนกรุง-ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

การผันน้ำเข้าในเขื่อนภูมิพลได้มีการศึกษา วิจัย สำรวจมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งการสร้างเขื่อนภูมิพลนั้น มีเป้าหมายเพื่อนำน้ำมาใช้ในพื้นที่ภาคกลาง ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต่างๆ แต่หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 มีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น ทำให้น้ำในเขื่อนภูมิพลไม่เคยเต็ม ทั้งที่ตัวเขื่อนสามารถเก็บกักน้ำได้มากถึง 13,000 ล้าน ลบ.ม. แต่มีปริมาณน้ำเพียงไม่เกิน 70 % เกิดพื้นที่ว่างในเขื่อนจำนวนมาก กรมชลประทาน จึงได้มีการจัดทำแผนและโครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล โดยมีการคัดเลือกแนวส่งน้ำที่เหมาะสมสูงสุด

                   กรมชลฯศึกษาแนวส่งน้ำเติม "เขื่อนภูมิพล" แก้ขาดแคลนให้คนกรุง-ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
"เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำใช้การในอ่างประมาณ9,000 กว่าล้านลบ.ม.แต่ส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำไม่เต็มความจุเนื่องจากปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเฉลี่ยปีละ 5,000 กว่าล้านลบ.ม. ทำให้มีพื้นที่เก็บกักน้ำว่างจำนวนมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการคัดเลือกแนวส่งน้ำเพื่อศึกษาความเหมาะสม ซึ่งได้มีการศึกษาแนวส่งน้ำที่มีศักยภาพ 22 แนว แต่คัดเลือกแนวส่งน้ำ 18 แนว ใน 3 กลุ่มลุ่มน้ำ ได้แก่ กลุ่มลุ่มน้ำสาละวิน ลุ่มน้ำยวม ลุ่มน้ำเงา ,กลุ่มลุ่มน้ำเมยและสาขา และกลุ่มลุ่มน้ำปาย มาใช้เพื่อการเกษตร บริโภค การประมง การท่องเที่ยว การรักษาระดับน้ำ และเพิ่มปริมาณการจัดการระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงทางน้ำให้เกิดขึ้น "นายสุรชาติ กล่าว
 เบื้องต้นได้มีการคัดเลือกมา 9 แนว แต่แนวส่งน้ำที่เหมาะสมสูงสุด ได้แก่ แนวส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำยวมตอนล่าง-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลที่จะผันน้ำมาจากแม่น้ำยวม ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำเมย มีปริมาณน้ำผันเฉลี่ยปีละ 1,795 ล้าน ลบ.ม. ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำยวม ความจุอ่างเก็บน้ำ 68.74 ล้าน ลบ.ม. กั้นแม่น้ำยวมที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่สถานีสูบน้ำสบเงาเข้าสู่อุโมงค์ส่งน้ำขนาด  8.3 ม. ในอัตราการผันน้ำ 152.8 ลบ.ม.ต่อวินาที ยาวรวม 61.79 กม. มาลงฝั่งทางออกอุโมงค์ที่ห้วยแม่งูด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะไหลลงเขื่อนภูมิพลบริเวณทะเลสาบดอยเต่า จ.เชียงใหม่ มีราคาค่าก่อสร้างโครงการ 71,000 ล้านบาท และค่าไฟฟ้าสูบน้ำเฉลี่ยปีละ 2,642.18 ล้านบาท มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการเกษตรในฤดูแล้งเฉลี่ยปีละ 1.28 ล้านไร่ ได้ปริมาณน้ำเพื่อการประปาเฉลี่ย 626 ล้าน ลบ.ม. และได้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นปีละ 417 ล้านหน่วย คิดเป็นผลประโยชน์ของโครงการเฉลี่ยปีละ 10,070.31 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 12.44% และมีต้นทุนน้ำ 4.68 บาทต่อลบ.ม.จะมีการผันน้ำในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงมกราคม จะมีการวิเคราะห์ปริมาณน้ำผันใช้ปริมาณน้ำท่ารายวัน ช่วงผันน้ำ ปริมาณน้ำเพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศวิทยาด้านท้ายน้ำต้องไม่น้อยกว่าปริมาณปริมาณน้ำท่ารายวันต่ำสุดที่เกิดขึ้นเท่ากับ 5.88 ลบ.ม.ต่อวินาที และปริมาณน้ำที่มากเกิน อัตราผันน้ำสูงสุดระบายลงท้ายน้ำผ่านอาคารระบายท้ายน้ำและอาคารระบายน้ำล้น ช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมในฤดูแล้วมีการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำเท่ากับปริมาณน้ำตามสภาพธรรมชาติในแม่น้ำยวม เป็นต้น
 

"ตอนนี้ได้มีการศึกษาผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมและสังคมเสร็จหมดแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการชี้แจงต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพราะการดำเนินการโครงการ จะทำให้สามารถเก็บน้ำในเขื่อนภูมิพลได้มาก และมีประโยชน์มากมาย ทั้งพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการเกษตรในฤดูแล้งเพิ่มขึ้น 1.61 ล้านไร่ ได้ปริมาณน้ำเพื่อการอุโภคบริโภค 300 ล้าน ลบ.ม./ปี และได้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นปีละ 417 ล้านหน่วย คิดเป็นผลประโยชน์ของโครงการเฉลี่ยปีละ 13,262 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 11.19 % และมีต้นทุนน้ำ 5.53 บาท/ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มในปี 2566 ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็จะทำให้ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำแก่คนกรุงเทพฯ และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้"นายสุรชาติ กล่าว