ข่าว

อดีตรองอธิการฯ มธ.ชี้ มธ.สั่งห้ามใช้สถานที่ชุมนุม 19 ก.ย. ไม่ใช่ขี้ข้าเผด็จการ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ 

อดีตรองอธิการฯ มธ.ชี้ มธ.สั่งห้ามใช้สถานที่ชุมนุม 19 ก.ย. ไม่ใช่ขี้ข้าเผด็จการ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ 

14 ก.ย. 2563

อดีตรองอธิการฯ มธ. "หริรักษ์ สูตะบุตร" ชี้ มธ.สั่งห้ามใช้สถานที่ชุมนุม 19 ก.ย. เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่เป็นขี้ข้าเผด็จการ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการฯ มธ. ฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า

การประกาศไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อจัดชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 19 กันยายนนี้ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่เพราะใครบังคับ แต่เป็นเพราะไม่มีทางเลือกอื่นอีก 
การที่แกนนำประกาศชัดว่าการชุมนุมในวันดังกล่าว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังบอกด้วยว่าจะพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์แบบ “เบิ้มๆ”
ดังนั้นการพูดจาบจ้วง กล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์ จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน
หากมหาวิทยาลัยอนุญาต ก็เท่ากับเป็นผู้สนับสนุนให้มีการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย
 

เมื่อได้ทราบว่า มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ไม่อนุญาตให้จัดการชุมชุม แกนนำจึงได้แถลงข่าว ด้วยความไม่พอใจ และยืนยันจะเดินหน้าจัดการชุมนุมเช่นเดิม โดยอ้างเหตุผลว่า
1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ชื่อว่า ภายในมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว การไม่อนุญาตให้จัดการชุมนุมครั้งนี้เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของนักศึกษา
2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เป็นขี้ข้าเผด็จการ
เหตุผลข้อที่ 1 ไม่ว่าจะพูดกันกี่ครั้งก็ไม่ยอมฟังว่า เสรีภาพต้องอยู่ในขอบเขตของกฏหมายเสมอ 
จากประสบการณ์ของผม ในฐานะที่เคยรับผิดชอบดูแลกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในยุคที่ประโยค “มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว” กำลังแพร่
หลาย ผมต้องคอยตรวจตรา ดูแลไม่ให้นักศึกษา ซึ่งในสมัยนั้นนิยมเล่นหมากรุกจีน ที่เรียกว่า
” เลี๊ยบตุ่ย “ ใช้ หมากรุกจีนบังหน้า แต่แท้ที่จริงแล้ว เอาตัวหมากเลี๊ยบตุ่ยมาเล่นแทนไพ่กินเงินกัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
มหาวิทยาลัยจึงปล่อยให้นักศึกษาเล่นการพนันในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยไม่ได้
ฉันใดก็ฉันนั้น
เหตุผลข้อที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของผู้บริหารที่เป็นขี้ข้าเผด็จการ
ก็ต้องยอมรับว่า มหาวิทยาลัยของรัฐ ต้องมีเงินสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน แต่มหาวิทยาลัย เป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ มีกฎข้อบังคับ และระเบียบต่างๆที่ใช้บังคับในการดำเนินงานต่างๆของมหาวิทยาลัย อธิการบดีและทีมงาน เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้ทำหน้าที่บริหาร และกำกับดูแลมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับเหล่านั้น
ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงมีอำนาจ และความชอบธรรม และจะต้องทำตามหน้าที่ที่ควรจะทำ หาใช่เป็นขี้ข้าหรือรับใช้ใครแต่อย่างใดไม่ เพียงแต่การทำหน้าที่ที่ควรจะทำของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกใจแกนนำการชุมนุมเท่านั้น
คำกล่าวหาข้างต้น จึงเป็นคำกล่าวหาที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง 
นอกจากนี้ การใช้คำว่า “ประชาชน”มา
กล่าวอ้าง พึงทราบด้วยว่า ประชาชนไทย มีทั้งหมดกว่า 66 ล้านคน หากจะบอกว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นของประชาชน ก็จะต้องเป็นของประชาชนทุกคน ไม่ใช่ของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 
แน่ใจได้อย่างไรว่าประชาชนทั้งประเทศ เห็นดีเห็นงามกับการกระทำของ “กลุ่มปลดแอก”ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์
แน่นอนว่า การใช้วาจาจาบจ้วง ลบหลู่ และกล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างรุนแรง ของแกนนำในการชุมนุมแต่ละครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ยังคงมีความจงรัก ภักดีและเห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และน่าจะเป็นส่วนใหญ่ของประเทศเสียด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ความแตกแยก ที่ร้าวลึก แบ่งฝ่าย ของสังคมไทยในอีกรูปแบบ ได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
การชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน นี้ หากมีขึ้นจริง จึงมีความเสี่ยงไม่น้อยว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นจนคุมไม่อยู่ โปรดอย่าได้อ้างว่า สามารถรับประกันความปลอดภัยของผู้ร่วมชุมนุมได้ 100 %
ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ที่การนองเลือด เช่นเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 จะเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง หากการชุมนุมมีความยืดเยื้อ ดังที่มีหลายคนเป็นห่วงกัน 
ขณะนี้ก็เริ่มมีกลุ่มอื่นๆ ที่เขาไม่เห็นด้วย เคลื่อนไหวกันหลายกลุ่มแล้ว
ควรแล้วหรือ ที่จะให้ลูกหลาน ของประเทศ ออกไปรับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ในขณะที่สถานการณ์จริงยังไม่ได้สุกงอม ถึงขนาดจะต้องมีการ “พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน” อย่างที่โฆษนากัน 
ขอให้ไตร่ตรองกันให้ดี ก่อนตัดสินใจ
อย่าลืมคำว่า “เสียใจ” เป็นคำที่กล่าวที่เกิดขึ้นในเวลาที่สายเกินไปแล้วทุกครั้ง