ข่าว

รมช.สธ.ยังไม่สรุปภูมิใจไทยเสนอมากกว่า1ชื่อ

รมช.สธ.ยังไม่สรุปภูมิใจไทยเสนอมากกว่า1ชื่อ

11 ม.ค. 2553

โฆษก ภท. เผย ตำแหน่ง รมช.สธ. เสนอมากกว่า 1 ชื่อ หลังแกนนำ ภท. หารือเย็นวันนี้(11ม.ค.) “สมศักดิ์” ย้ำ “ประศาสตร์” คุณสมบัติเหมาะ วอนชมรมแพทยชนบท เมตตาทำงานก่อนค่อยวิจารณ์ แนะนายกฯ รอมชอม แก้ รธน. 2 มาตรา ใช้เวลาสั้น มั่นใจไม่มียุบสภา ก่อนแก้ รธน. เป้าหมาย

 ที่ชั้น 14 อาคารสิริภิญโญ ถ.ศรีอยุธยา วันที่ 11 ม.ค.53 เวลา 15.00 น. มีการประชุมแกนนำพรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรี โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค และนายมานิต นพอมรบดี อดีต รมช.สาธารณสุข ร่วมประชุมด้วย เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

 จากนั้นเวลา 18.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค เปิดเผยว่า การประชุมพรรควันนี้ตัวบุคคลยังไม่ชัดเจน เนื่องจากมีการเสนอรายชื่อมามากกว่า 1 คน ทั้งนี้คงต้องมีการประสานพูดคุยกันอีกครั้ง ส่วนจะเสนอรายชื่อให้นายกฯ ก่อน และจะทันกำหนดเวลาของนายกฯ ที่ให้ส่งชื่อภายในวันอังคารที่ 12 ม.ค.หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่ใช่เรื่องซีเรียส วันนี้ยังไม่มี รมว.และรมช.สาธารณสุข ดังนั้นถ้าช้าไป อีก 1 วันก็คงไม่เป็นไร

 เมื่อถามย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะมีแรงต่อต้านนายประศาสตร์ ทองปากน้ำ อดีตส.ส.สุโขทัย กลุ่มมัฌชิมา จากชมรมแพทย์ชนบทหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคจะต้องพิจารณารายชื่อให้รอบคอบตามความเหมาะสม ซึ่งยังมีเวลาอยู่

 ทั้งนี้นายศุภชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวปฏิเสธถึงการปรับตำแหน่ง รมช.คมนาคมโควต้าพรรคภูมิใจไทยด้วยว่า วันนี้มีการพูดถึงการปรับเปลี่ยนรมช.สาธารณสุขตำแหน่งเดียว ไม่ได้มีการพูดถึงการเปลี่ยนตัวนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม แต่อย่างใด

“สมศักดิ์”การันตี"ประศาสตร์”คุณสมบัติเหมะสม
 
 ที่บ้านพักย่านสนามบินน้ำ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ว่า ตนเห็นว่าขณะนี้ต้องมีการรอมชอมกัน เพราะจะสามารถให้รัฐบาลทำงานต่อไปได้ ในส่วนของนายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตนก็เห็นใจเพราะนายมานิตเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องหาพื้นที่ให้ท่านชี้แจง แต่ก็เข้าใจสิ่งที่นายกรัฐมนตรีสัญญากับประชาชนที่จะปฏิบัติกฎเหล็ก 9 ข้อกับรัฐมนตรีทุกคน ถึงจะเห็นด้วยหรือไม่แต่เมื่ออยู่ร่วมกันก็ต้องทำความเข้าใจ ให้รัฐบาลเดินต่อไปได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้จะต้องรอมชอมกันอย่างยิ่งเพื่อสามารถให้รัฐบาลทำงานต่อไปได้ เพราะถ้าวันนี้ยังมีรัฐบาลอยู่ สภาก็อยู่ และจะสามารถแก้ปัญหาที่หลายคนต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ได้ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความพอใจกับทุกฝ่าย

 เมื่อถามว่าจะมีการให้รางวัลปลอบใจนายมานิตเช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มอบหมายให้นายวิทยา แก้วภราดัย ไปเป็นประธานวิปรัฐบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคงพูดเรื่องไม่สะดวก เพราะตนเป็นบ้านเลขที่111 หากหมายถึงจะเอาไปไว้ตรงนู้นตรงนี้หรือไม่แต่งตั้งใคร คงไม่เหมาะสมที่จะพูดไปและทำให้เกิดการตีความอีก

 เมื่อถามว่านายประศาสตร์ ทองปากน้ำ อดีตส.ส.สุโขทัย เหมาะสมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากพูดถึงคุณสมบัติ เพราะเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่เป็นอยู่ ตนมองว่าเป็นคนที่เหมาะสม สามารถเป็นได้ในช่วงสถานการณ์เวลานี้

 เมื่อถามว่าแพทย์ชนบทออกมาต่อต้านนายประศาสตร์ ว่ามีความใกล้ชิดกับนายมานิต นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในบรรยากาศตรงนี้ถ้าหากเรารอมชอมกัน ก็น่าจะไปได้ แต่หากไปตรึงว่าคนนี้อยู่ใกล้คนนั้น คนนั้นอยู่ใกล้คนนี้ ในเวลาที่เราเห็นคนคุยกันทุกคนต้องรักกันหมดหรือเป็นมิตรกันหมดคงไม่ใช่ ในบางคนที่อยู่ใกล้ก็ไม่ได้รับความไว้วางใจซึ่งก็ต้องมีการพูดคุยกันในเรื่องของงานก็เป็นไปได้ จึงอยากให้มีความเห็นอกเห็นใจกันในบรรยากาศบ้านเมืองที่ต้องการความสมานฉันท์ ดังนั้นจึงอยากให้แพทย์ชนบทรอมชอมกับนายประศาสตร์บ้าง เพราะยังไม่ได้รู้จักนายประศาสตร์ อยากให้ศึกษาซักนิดก่อนที่จะไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วย

 “นายประศาสตร์ก็ไม่ได้จบด๊อกเตอร์ หรือว่าไม่ได้เรียนหนังสือ การศึกษาก็อยู่กลางๆ แต่ว่าเข้าใจผู้คนเป็นคนที่พี่น้องประชาชนให้การยอมรับมาหลายสมัย ผมเชื่อว่าตำแหน่งผู้บริหารก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องดูอย่างอื่นอีก ไม่ใช่ว่าจบตรงนี้แค่นี้ มันต้องดูความเกี่ยวข้องกับอีกหลายๆด้าน” หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมาระบุ

 เมื่อถามว่าหากนายมานิต พ้นข้อกล่าวหาจะสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะตำแหน่งอยู่ดีๆ จะไปมอบให้ใครต่อใครคงไม่ได้ อย่างเช่นพ่อจะเอาตำแหน่งให้ลูกคงทำไม่ได้ ตนเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งใครคงไม่มีสัญญาอะไรกับใคร

 เมื่อถามว่านายมานิต แสดงความรับผิดชอบไปแล้วนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ที่ถูกข้อกล่าวหาทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง ที่ถูกสลับไปเป็น เลขาธิการนายกฯ ควรต้อแสดงความรับผิดชอบปรับออกเช่นกันหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายกฯ พิจารณาถึงความเหมาะสมต่างๆ เราคงไม่ก้าวก่ายอะไรมาก ส่วนที่ไม่ถูกปรับออกเพราะมีความใกล้ชิดหรือไม่ตนไม่ทราบ

 เมื่อถามว่ามองว่าการเสนอชื่อนายประศาสตร์ เพื่อรักษาฐานเสียง ส.ส.สุโขทัยใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เพราะเป็นรัฐมนตรีต้องดูแลทุกพื้นที่ แต่เป็นเพียงคาดเดาของแต่ละฝ่ายที่จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่นเมื่อตั้งนายมานิต เป็นรัฐมนตรีก็จะดูแลเฉพาะพื้นราชบุรี ซึ่งไม่ใช่เพราะรัฐมนตรีต้องดูทั้งหมดขณะที่เรื่องแบบนี้จะทำให้ถูกใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้

 เมื่อถามว่าเรื่องของนายมานิต จะถือเป็นบทเรียนของรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ มาตรฐานอย่างไรต้องเป็นไปตามที่นายกฯ กำหนด สถานการณ์เป็นอย่างไรก็ว่ากันไป

แนะนายกฯ รอมชอมแก้ รธน.2มาตรา

 นายสมศักดิ์กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า หากไม่มีการรอมชอมจะมีปัญหาตามมาเรื่องสมานฉันท์ เช่น รัฐธรรมนูญคนหนึ่งจะแก้ทั้งฉบับ อีกคนจะแก้ 6 มาตรา อีกคนจะแก้ 2 มาตรา ซึ่งทุกคนต้องมาคุยกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปพาผ่านความยุ่งยากนี้ไปได้ เพื่อไปสู่สิ่งที่ทุกคนยอมรับ โดยเรื่องนี้เป็นที่สิ่งต้องรอมชอมกันให้ได้ เพราะหากแก้ทั้งฉบับต้องใช้เวลานานเท่าใด เนื่องจากต้องมี สสร.3 ซึ่งจะใช้เวลามากเกินไปหรือไม่ เวลา 2 ปีของรัฐบาลจะพอหรือไม่ ถ้าแก้ 6 มาตราก็ต้องใช้เวลาทำประชามติซึ่งใช้เวลามาก แต่หากเป็น 2 มาตรา (มาตรา 190 และการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว) จะเร็วกว่าหรือไม่ และน่าจะทำให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ไปได้หรือไม่

 เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมมือ พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะร่วมมือลงชื่อกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีต หัวหน้าพรรคชาติไทย เสนอแก้รัฐธรรมนูญช่วงเปิดสมัยประชุมสภาหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องรอมชอมกัน หากประชาธิปัตย์ไม่ร่วมมือ แปลว่าคำว่า “รอมชอม” ยังไปไม่ถึงจุดนั้น ก็ต้องพยายามกันต่อไปเพื่อให้เกิดการรอมชอม

 เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์การเมืองอย่างไร นานสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนว่าการยุบสภาปีนี้ยังไม่มี สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น เรายังต้องแก้รัฐธรรมนูญต้องทำก่อนจะมีการยุบสภา ถ้าเอาเรื่องยุบสภาออกหน้าก็จะไม่บรรลุข้อตกลง หากเกิดเลือกตั้งในแนวทางเดิมตนเชื่อว่าประเทศคงไม่อยากได้อย่างนั้น

 เมื่อถามย้ำว่า ต้องแก้ รธน. ก่อนจะยุบสภาใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องสำคัญที่รอเราอยู่ ไม่ว่าใครจะเลือกตั้งเข้ามาอย่างไร จะเป็นรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลอีก 2 ปีข้างหน้าก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญ

โรคมะเร็งคร่าชีวิตอดีตส.ส.ลำปางหลายสมัย

  เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2553 ญาติได้นำศพของนายบุญหลง ถาคำฟู อายุ 72 ปี อดีต ส.ส.ลำปาง 2 สมัย มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 224 บ้านต้า ถนนลำปาง-เกาะคา ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง หลังนายบุญหลงได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในลำไส้  ขณะเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่ทะ จ.ลำปาง จากนั้นญาติได้ทำพิธีรดน้ำศพ ท่ามกลางความโศรกเศร้าของญาติพี่น้อง ตลอดจนนักการเมือง ระดับชาติและนักการเมือง ท้องถิ่น ที่รู้จักคุ้นเคยกับนายบุญหลวง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

 สำหรับนายบุญหลง เคยเป็น ส.ส.ลำปาง ในนามพรรครวมไทย ของ นายณรงค์ วงค์วรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่  ต่อมานายบุญหลงยังได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ลำปาง พรรคความหวังใหม่ของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้าพรรคในปี 2535 และถือว่าเป็น สส.ที่มีฝีปากกล้าคนหนึ่ง สำหรับศพนายบุญหลง ถาคำฟู ได้กำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ ในวันที่ 21 ม.ค.2553 ณ สุสานไตรลักษณ์ ประตูม้า อ.เมือง จ.ลำปาง