ข่าว

บันทึกเพื่อ"โอกาส"และ"กำลังใจ"

บันทึกเพื่อ"โอกาส"และ"กำลังใจ"

12 ม.ค. 2553

แก่นของโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา คือการให้โอกาสแก่ผู้ที่ก้าวพลาด ได้ลุกขึ้นหยัดยืนด้วยพลังกายและใจที่แข็งแกร่ง และเพื่อถ่ายทอดการทำงานของโครงการในอีกบริบทหนึ่ง สำนักงานโครงการกำลังใจฯ ได้เปิดกว้างให้ผู้ต้องขังทุกเรือนจำ

 เด็กและเยาวชนที่อยู่ในความดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้ร่วมส่งภาพสัญลักษณ์ หรือ "โลโก้" ของ "โครงการกำลังใจ" เข้าประกวดเพื่อนำไปประกอบการจัดพิมพ์เป็นสมุดบันทึก "กำลังใจ" 2553

กิตติพงษ์กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรมแม่งานใหญ่เล่าถึงที่มาของกิจกรรมสร้างสรรค์นี้ว่า สมุดบันทึกกำลังใจเล่มล่าสุดเป็นเล่มที่ 3 แล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้จัดทำต่อเนื่องมา 2 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่มีภาพสัญลักษณ์ประจำเล่ม ครั้งนี้คณะกรรมการเห็นควรให้เพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขังโดยนำวิทยากรเข้าไปอบรมด้านการออกแบบให้ พบว่าหลายเรือนจำมีผู้ต้องขังที่มีฝีมือในการวาดภาพและมีความคิดสร้างสรรค์อยู่จำนวนมาก

"มีผลงานส่งมาร่วมประกวดกว่า 1,500 ชิ้น โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมี 4 ชิ้น แต่เนื่องจากยังไม่เป็นสากลนักจึงต้องมีการนำไปพัฒนา และเห็นควรให้เจ้าของผลงานได้รับเพียงรางวัลชมเชย ได้แก่ผลงานของ มนัสวีหินสุวรรณ พนักงานฝ่ายแม่บ้านโรงแรมเพนนินซูล่า อนุชิตทะวงค์ นศ.ปี3 คณะศิลปะและการออกแบบ ม.เกษตรศาสตร์ เสกสิทธิทองนุ่ม เรือนจำกลางราชบุรีและ จรรยามูลต๊ะ ทัณฑสถานหญิงกลางซึ่งในวันประทานรางวัลที่วังสุโขทัย พระองค์ภาฯ รับสั่งว่าสวยทุกชิ้น น่าจะนำไปจัดแสดงให้ได้ชมกัน จึงมีการหารือกันแล้วจัดพิมพ์เป็นไดอารี่เล่มนี้" ปลัดกระทรวง แจง

ไออารี่กำลังใจ2553 ใช่จะเป็นกำลังใจสำหรับผู้ที่ชนะการประกวดเท่านั้น หากยังนำผลงานของผู้ที่พลาดวางวัลบางส่วนมาร่วมตีพิมพ์ด้วย ซึ่ง ดร.สาโรจน์พรประภา ที่ปรึกษาโครงการกำลังใจฯ กล่าวว่าภาพสัญลักษณ์ที่ได้รับคัดเลือกจะนำไปตีพิมพ์ประกอบข้อความบรรยายความหมายดีๆ ในขณะที่ภาพปกนั้นได้รับภาพพระราชทานจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งฉลองพระองค์ในชุดผ้าไทยสีเขียวอ่อน

ด้านอ.สุทัศน์ปาละมะ ผู้วาดภาพประกอบสมุดบันทึกซึ่งต้องตีโจทย์ผลงานแต่ละชิ้นแล้วนำมาสื่อความหมายเป็นภาพการ์ตูนน่ารักๆ เพิ่มความน่าสนใจของสมุดบันทึกเล่มนี้บอกว่า แต่ละภาพถึงแม้จะมีลายเส้นง่ายๆ แต่ล้วนมีความหมายลึกซึ้งสะท้อนความตั้งใจของผู้ออกแบบที่อยากสื่อสารกำลังใจของผู้ต้องขังไปสู่สังคม

"ชิ้นที่ได้รับรางวัลต้องตรงตามโจทย์ที่วางไว้ อย่างผลงานของมนัสวี ที่เป็นลายเส้นง่ายๆ เพียงเส้นเดียวแล้วโยงใยเป็นภาพตอบโจทย์ครบถ้วน" อ.สุทัศน์ อธิบาย ขณะที่ปลัดกระทรวง เสริมว่าผู้ชนะการประกวดสื่อสารชัดเจนตรงกับพระกระแสรับสั่งของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ว่ากำลังใจจากคนรอบข้างมีความสำคัญมากกับผู้ต้องขัง ลายเส้นที่โยงเป็นรูปหัวใจ แล้วพัฒนาเป็นดอกไม้ ดูน่าสนใจทำให้เห็นภาพของความหวัง

มนัสวี เจ้าของภาพ "รูปหัวใจกับดอกไม้" ซึ่งคว้ารางวัลไปนอนกอดและยังได้รับประทานพระอนุญาตให้ใช้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำโครงการกำลังใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่ารู้สึกดีใจมากที่ทางโครงการเลือกผลงานของตัวเองไปปรับปรุงให้สวยงามขึ้นเพื่อเป็นโลโก้ของโครงการ

"เคยได้ยินคำว่า ไม่มีใครอยากอดตายพอๆ กับอยากทำผิด ช่วงที่ลำบากทุกคนมีวิธีเอาตัวรอดแตกต่างกัน บางครั้งเขาอาจจะเลือกทางผิด ถ้าเราให้โอกาสเขา เขาก็อาจจะไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก" เจ้าของโลโก้กำลังใจชี้ชวน

ขณะที่เจ้าของภาพ"รูปหัวใจ 2 ซีกกอดกัน" อนุชิต อีกหนึ่งคนที่ได้รับรางวัลชมเชยครั้งนี้สื่อสารภาพวาดของตัวเองว่า รูปหัวใจสีเทาบ่งบอกความรู้สึกเศร้า และอีกซีกใช้สีส้มเป็นสีอบอุ่นและยังเป็นสีประจำพระองค์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาอีกด้วย ภายในภาพนอกจากจะใช้สีในการสื่อสารแล้ว ยังมี "มือ" โอบซีกสีเทาเอาไว้เปรียบเสมือนการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ก้าวผิดพลาดและต้องการกำลังใจในสังคม

เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการเชิญชวนสังคมร่วมให้โอกาสและเห็นใจผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งนี้ ถ้าอยากเป็นส่วนหนึ่งเพื่อเสริมสร้างโอกาส สามารถหาซื้อไดอารี่กำลังใจได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสำนักงานโครงการกำลังใจฯ อาคารกระทรวงยุติธรรม ราคาเล่มละ 195 บาท รายได้สมทบเข้าโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา