
เสน่ห์เชียงรายเสน่ห์ลุ่มแม่น้ำโขง
แม้จะเพิ่งเสร็จงานดอกไม้บานประจำปีไปหมาดๆจนทำให้เชียงรายขึ้นแท่นเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่อีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้จังหวัดเชียงรายจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในงาน อลังการงานแสดงสินค้าและวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 15 ที
ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีอาณาเขตติดกับ2 ประเทศ คือ สหภาพพม่าและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขณะที่เยื้องไปอีกนิดก็เป็นดินแดนทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน จนมีการขนานนามพื้นที่เหล่านี้ว่า เขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ จึงได้มีการจัดงานพัฒนาและสืบทอดสัมพันธภาพอันดีระหว่างกันติดต่อมาเป็นครั้งที่15 แล้ว และในปีนี้ได้เพิ่มความพิเศษและยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าทุกครั้งด้วยการเชื้อเชิญประเทศเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงอีก 2 ประเทศคือ เวียดนามและกัมพูชา มาร่วมกันสร้างเสน่ห์วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงให้มากยิ่งขึ้น
สมพงษ์กูลวงค์ นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า ตลอดการจัดงานจะมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแสดงวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง การแสดงสินค้าและการจัดกาดหมั้วจำลองวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนา สำหรับการแสดงก็จะเน้นโชว์ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เช่น การฟ้อนรำและการละเล่นต่างๆ ซึ่งใน 3 วันแรกจะเป็นการแสดงของ 5 ประเทศเพื่อนบ้านโดยแต่ละวันจะมีการจัดแสดงอย่างน้อยประเทศละ 3 ชุด หลังจากนั้นก็จะเป็นการแสดงของประเทศไทยทั้งหมด
พัฒนมาศวงศ์พัฒนศิริ ผอ.ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัฒนธรรมอันดีงามระหว่างกันของ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงว่า ความสวยงามของวัฒนธรรมแต่ละประเทศลุ่มแม่น้ำโขงมีทั้งคล้ายคลึงและแตกต่างกัน ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่ยังคงความบริสุทธิ์อยู่มาก โดยเฉพาะในกลุ่ม 5 เชียงอันได้แก่ เชียงรุ้งของพม่า เชียงตุงของจีน เชียงทองของหลวงพระบาง เชียงใหม่และเชียงรายของไทย ที่มีตั้งแต่สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วิถีชีวิต ภาษาและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน จนนำไปสู่ความเข้าใจ ความรักและความหวงแหนในวัฒนธรรมร่วมกัน
ที่จริงแล้วเชียงรายเปรียบเสมือนราชธานีเก่าของดินแดนล้านนาและเป็นคาราวานการค้าที่มาจากประเทศจีนเข้าสู่รัฐไทยใหญ่ และนำมาสู่ล้านนาไทย จึงถือเป็นความได้เปรียบในเรื่องของสถานที่ที่เคยเป็นบ่อเกิดสั่งสมและสืบสานวัฒนธรรมต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อมีนโยบายที่เปลี่ยนจากสนามรบมาเป็นสนามการค้าของรัฐบาลในอดีต จึงยิ่งทำให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวมากขึ้น เชื่อว่าในอนาคตกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงก็จะมีความสำคัญยิ่งขึ้นไปอีก ดูได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ที่เพิ่มขึ้นถึง 30 ล้านคน และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 จะมีนักท่องเที่ยวถึง 185 ล้านคนหากเราสามารถเปิดการท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงหากันได้ เชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าวจะหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยด้วย นางพัฒนมาศ กล่าวปิดท้าย
เห็นอย่างนี้แล้วเชื่อว่าเสน่ห์ของวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงอันบริสุทธิ์ที่จะมีขึ้นในงานครั้งนี้คงไม่ทำให้ใครผิดหวังแน่นอน อย่าลืมช่วยกันเที่ยวไทยให้ครึกครื้นเพื่อเศรษฐกิจที่คึกคักร่วมกันนะคะ
ประณีตวรรณวิภูษิต-เรื่อง/ภาพ



