
รมว.ดีอีเอส ส่งทีมเอ็ตด้า ช่วยกู้ระบบข้อมูล รพ.สระบุรี
"พุทธิพงษ์" ระบุ ส่งทีมเอ็ตด้า ช่วยกู้ระบบข้อมูล รพ.สระบุรี โดยเฉพาะประวัติคนไข้ ด้านคดีตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามตัว เผยเป็นบทเรียนให้หน่วนงานต่างๆต้องระบบป้องกันข้อมูลสำคัญ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้คำแนะนำ
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ ดีอีเอส กล่าวถึงกรณี รพ.สระบุรีถูกแฮ็กข้อมูลของโรงพยาบาลและคนไข้ ว่า ได้ประสานงานกับทางโรงพยาบาลซึ่งทางโรงพยาบาลมีการเก็บข้อมูลทั้งเก่าและใหม่ในระบบทั้งในเซฟเวอร์ของโรงพยาบาลและอีกสถานที่หนึ่ง และทราบว่ามีคนเข้าไปแฮ็กปิดการมองประวัติของคนไข้ในช่วง3-4ปีหลังๆ ซึ่งกระทรวงได้ส่งทีมงานจากสำนักงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอ็ตด้า และผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปรพ.สระบุรีแล้วซึ่งข้อมูลบางส่วนน่าจะกู้กลับมาได้ และมีข้อมูลบางส่วนอาจจะต้องติดตาม และพบว่ามีการติดต่อมาเพื่อเรียกค่าไถ่แลกกับการปลดบล็อกการแฮ็ก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการแฮ็กครั้งนี้มีการทำจริง โดยขอค่าไถ่เป็นค่าตอบแทนเงินบิทคอย ซึ่งคงเป็นผู้เชี่ยวชาญพอสมควรก็จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ แต่วันนี้จะต้องเร่งกู้ประวัติคนไข้กลับมา เพื่อให้สะดวกต่อทางการแพทย์ แต่ยังไม่มีการนำข้อมูลไปทำให้โรงพยาบาลเสียหาย ส่วนการติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีนั้นตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ
ซึ่งมองว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นรพ.สระบุรี อาจจะไม่ได้มีระบบป้องกันหรือรองรับไว้มากนักจึงทำให้เข้ามาเจาะข้อมูลได้ จึงถือเป็นบทเรียนให้กับหน่วยงานต่างๆเพราะการปกป้องข้อมูลมีความสำคัญทั้งนี้การป้องกัน กระทรวงดีอีเอสได้วางแนวทางการพัฒนาการป้องกันไว้แล้ว โดยได้มีหน่วยงานที่ชื่อว่าเอ็ตด้า เข้าไปช่วยวางระบบป้องกันให้ หากหน่วยงานไหนยังแล้วติดต่อมาก็จะส่งเจ้าหน้าทีืเข้าไปให้คำแนะนำในการวางระบบป้องกันข้อมูลสำคัญ ซึ่งไม่ต้องวางระบบใหม่แต่จะมีระบบการป้องกันอยู่แล้ว ในการช่วยแจ้งเตือนด้วยเมื่อมีหน่วยงานเข้าไปติดตั้งระบบ หากมีปัญหาระบบก็จะทำให้แจ้งเตือนเข้ามายังกระทรวง จากนั้นก็จะส่งคนเข้าไปดำเนินการในการให้การช่วยเหลือเพื่อปกป้องระบบไว้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส บอกด้วยว่า น่าเสียใจ ที่มีกระบวนการเข้าไปหาประโยชน์จากโรงพยาบาล เพราะหลักสากลมักจะไม่ทำกัน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลประชาชน ทั้งนี้หากสามารถจับคนกระทำผิดได้สังคมคงจะยอมรับได้ยาก



