
คลังอัดแพ็กเกจภาษีอุ้มภาคท่องเที่ยว
คลังเตรียมเข็นแพ็กเกจภาษีอุ้มธุรกิจท่องเที่ยวอีกระลอก คาดได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน หวังดันฟื้นตัวเต็มที่ในปีนี้ ระบุมีทั้งมาตรการใหม่และต่ออายุมาตรการเดิมตามที่ภาคเอกชนร้องขอมา
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพากร เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับตัวแทนจากสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตต้า) ว่าเพื่อกำหนดนโยบายส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมต่อเนื่อง โดยจะมีมาตรการภาษีเพิ่มเติมสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงพักฟื้นให้สามารถดำเนินธุรกิจและแข่งขันกับต่างประเทศได้ ซึ่งจะออกเป็นแพ็กเกจภาษี คาดจะใช้เวลาในการพิจารณาภายใน 30 วัน รวมถึงการขจัดภาษีซ้ำซ้อนต่างๆ ที่ยังเป็นอุปสรรคด้วย
นอกจากนี้ ได้รับข้อเสนอของภาคเอกชนในส่วนของการสนับสนุนแหล่งเงินกู้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งการเร่งรัดการปล่อยกู้ผ่านธนาคารออมสิน และการผ่อนปรนเงื่อนไขผ่านทางเอสเอ็มอีแบงก์ทั้งการปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายที่มีรายชื่อติดในเครดิตบรูโร ซึ่งส่วนนี้จะรับไปดูแลให้
นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการภาษีจะมีทั้งมาตรการใหม่ และการขยายระยะเวลาของมาตรการเดิม ซึ่งการลดหย่อนภาษีจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของกรมสรรพากรมากนัก ส่วนการขยายเวลาทำประกัน 1 ดอลลาร์จ่าย 1 หมื่นดอลลาร์ให้นักท่องเที่ยวกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศนั้นต้องประสานงานกับกระทรวงการท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง
ด้านตัวแทนภาคเอกชนระบุว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการของรัฐบาล โดยเฉพาะการยกเว้นค่าวีซ่าทำให้นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเข้ามามากขึ้น จึงอยากให้รัฐขยายมาตรการภาษีออกไปอีก 1 ปี หรืออย่างน้อยถึงเดือนตุลาคมปีนี้ เพราะช่วงนี้การท่องเที่ยวยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ แม้สถานการณ์การจองห้องพักช่วงต้นปีจะดีขึ้นมาอยู่ที่ 80-90% ก็ตาม แต่ขณะนี้หลายประเทศยังมีปัญหาเศรษฐกิจภายใน จึงอาจต้องหันมาพึ่งพานักท่องเที่ยวจาก จีน เกาหลี และญี่ปุ่นแทน โดยเฉพาะจีนตั้งเป้าเพิ่มจาก 7 แสนคนปีก่อนเป็น 1.2 ล้านคนในปีนี้
“ภาครัฐควรสนับสนุนมาตรการภาษีช่วยเหลือภาคธุรกิจท่องเที่ยวต่อไป เพื่อประโยชน์ในการดึงเงินจากนักเที่ยวเพิ่มขึ้นและไม่กระทบกับการว่าจ้างแรงงานในประเทศ และอย่าเพิ่งไล่เก็บภาษีจากผู้ประกอบการเพราะเห็นว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งต่อไปหากสามารถขจัดภาษีซ้ำซ้อนต่างๆ ได้น่าจะทำให้การเสียภาษีมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ” นายอภิชาติ สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว กล่าว



