ข่าว

ใครจะแตกหรือถูกหัก

ใครจะแตกหรือถูกหัก

12 ม.ค. 2553

ยุทธการยึดเขายายเที่ยงโดยมวลชนเสื้อแดง ภายใต้การนำของ “ทักษิณ ชินวัตร” คนหนีโทษจำคุก เพื่อปิดล้อมบ้านพักของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายา “ขิงแก่” เป็นการประกาศสงครามกับระบอบอำมาตย์ ซึ่งจะนำไปสู่การล้มรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ

 การรุกหนัก โดยอาศัยมวลชน เข้ายึดพื้นที่ตรงข้ามบ้านที่เป็นปัญหา คงทำเป็นเชิงสัญลักษณ์ เพราะการปักหลักอยู่ที่นั่นนานๆ โดยอาศัยมวลชนจำนวนมากย่อมต้องอาศัยเสบียง การจัดการด้านสุขภาพ รวมทั้งการขับถ่ายของเสีย ลำพังการจะอาบน้ำแต่ละวันหลังจากทนกับการถูกเผาโดยแดดร้อน ก็นับว่าสาหัสแล้ว ดังนั้นการยื้อครั้งนี้จะทนได้กี่แดด ย่อมเป็นประเด็นว่าจะเสียหน้าของแกนนำมวลชนหรือไม่ หลังจากประกาศว่าจะมีมวลชนมามากเป็นแสนคน เท่าที่ปรากฏ การประเมินขั้นต้นน่าจะอยู่ในระดับหมื่นเท่านั้น และต้องทนอยู่กับอากาศร้อน ความแออัดยัดเยียด ฝุ่นควัน สภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวย ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า แม้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นคนชนบท

 อย่างไรก็ตาม เมื่อการชุมนุมโดยที่ผู้ครอบครองบ้านนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้ ปล่อยให้เป็นกระบวนการทางราชการ คือกรมป่าไม้ ย่อมทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมหงุดหงิด เมื่อพล.อ.สุรยุทธ์ ยังไม่แสดงท่าทีว่าจะคืนบ้านให้เป็นของรัฐเมื่อไหร่ อารมณ์ของแกนนำผู้ชุมนุมย่อมขุ่นมัวเมื่อหาทางลงไม่ได้ นอกจากเสียเวลา เสียหน้า เสียเป้าหมาย เสียเงินงบประมาณ และยังเสียมวลชนในพื้นที่หลายแห่งซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการทวงคืนที่ดินจากการถือครองในรูปแบบต่างๆ

 ถ้าหากการชุมนุมที่เขายายเที่ยงเลิกรา ตัดตอนไป โดยไม่เกิดผลประโยชน์ชัดเจน ความต่อเนื่องที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะระดมพลเพื่อชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯ จะถูกมองว่าไร้ทิศทาง สะเปะสะปะ เพราะเป้าหมายจากการเริ่มถล่มอำมาตย์ตามที่เป็นข้ออ้างป่วนเมือง ไม่บรรลุผล ถ้ากองกำลังของเจ้าหน้าที่ไม่ยอมหลงกลด้วยการใช้กำลังผลักดัน หรือชาวบ้านในบริเวณนั้นทนไม่ได้กับการถูกรบกวนและต่อต้านโดยใช้กำลัง

 สงครามครั้งสุดท้ายยังมีปัจจัยแปรผัน เช่นความพยายามเอาทรัพย์สินคืนจากการถูกอายัด ผ่านการพิจารณาโดยศาล หรือการตัดสินใจโดยใช้กำลังอาวุธโดยมวลชนจัดตั้งต่างๆ หลายกลุ่ม ย่อมทำให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ ไม่เพียงแต่กองกำลังของรัฐต้องเข้าจัดการเท่านั้น ประชาชนที่เบื่อหน่ายกับขบวนการทำลายบ้านเมืองนำโดยทักษิณ ย่อมทำให้สถานการณ์ลุกลาม แต่จบลงอย่างรวดเร็วได้ ถ้าหากการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเคร่งครัด

 รัฐบาลต้องใช้ความสงบ ตั้งอยู่ในที่มั่นเพื่อรับการรุกของขบวนการทักษิณ ทันทีที่มีการละเมิดกฎหมาย ย่อมมีสิทธิและอำนาจจัดการ ขณะเดียวกันการใช้สื่อของรัฐประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ถึงการป่วนเมือง และการบ่อนทำลายโครงสร้างประเทศ หรือแผนชั่วร้ายในการล้มล้างสถาบันจะทำให้กลุ่มมวลชนเสื้อแดงขาดความชอบธรรม และเป็นเพียงขบวนการนอกกฎหมายเท่านั้น และหมดสภาพไปพร้อมกับหัวหน้าใหญ่ ซึ่งคงไร้โอกาสได้หวนคืนแผ่นดินเกิดเพื่อรับโทษจำคุก