ข่าว

ไม่ได้เหยียบ ‘แผ่นดิน’ จริงๆ

ไม่ได้เหยียบ ‘แผ่นดิน’ จริงๆ

12 ม.ค. 2553

การใช้มวลชนคุกคามบ่อนทำลายแผ่นดินเกิด โดยไร้จิตสำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน ซึ่งบรรพบุรุษได้ซมซานมาอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ถึง 3-4 ชั่วอายุคนนั้น ทำให้คนหนีคุกประสบชะตากรรมเลวร้ายทุกวัน แม้จะปกปิดความคลุ้มคลั่งผ่านสื่อทวิตเตอร์ก็ตาม

 จากความโลภไม่สิ้นสุด ทำให้ครอบครัวตัวเองแตกแยก ถูกสังคมประณามว่า “โกงทั้งโคตร” หลังจากพฤติกรรมแจ้งชัด ยังถูกยกระดับให้ถึงขั้น “ชั่วทั้งโคตร” เพราะความพยายามล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า โดยอาศัยเครือข่ายญาติพี่น้องเนรคุณแผ่นดิน

 ใครว่าไม่จริง ในคำเตือนที่ว่า “ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่” สภาพปัจจุบันยิ่งกว่าจริงด้วยซ้ำ นอกจากจะเป็นคน “รากลอย” หรือ “ไร้ราก” มีสัญชาติเลื่อนลอยเหมือนชะตากรรม เพราะหนังสือเดินทางยังเป็นของประเทศอื่นแล้ว ยังไม่ได้เหยียบแผ่นดินจริงๆ

 ทุกวันนี้ ถ้าไม่ยืนอยู่บนพื้นคอนกรีต ซีเมนต์ ก็ต้องยืนอยู่บนผืนทรายกว้างใหญ่ของนครรัฐดูไบ หรือแผ่นดินใกล้เคียง หมดโอกาสได้เหยียบแผ่นดินเต็ม 2 ตีน

 เหยียบแต่ผืนทรายทุกวัน! หรือต้องนั่งเครื่องบินอยู่ในอากาศ บางช่วงเวลามาอยู่กัมพูชาก็หาความสุขไม่ได้ เพราะต้องระวังว่าฮุน เซน จะแปรสภาพเป็นคนทรยศเพื่อเอาตัวรอด หลังจากฮุน เซน ทำตัวให้ผู้นำคนอื่นๆ หมั่นไส้เมื่อยกย่องคนไทยหนีคุกอยู่เหนือคนเขมร ให้เป็นที่ปรึกษาประเทศ และส่วนตัว ปล่อยให้อวดรู้ข่มคนเขมรด้วยกัน

 ฮุน เซน ก็หายซ่า หลังจากรู้ชะตากรรมดีว่าถ้ายังคบหากับคนไทยหนีคุก มีแต่จะนำความเสื่อมสู่ประเทศ เก้าอี้ผู้นำของตัวเองเริ่มไม่มั่นคงเหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว

 คนหนีคุกกลายเป็นคนที่ไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ ถึงจะซื้อเกาะ หรือคอนโดสูง ก็ไม่ใช่แผ่นดินอยู่ดี ที่ไหนจะอุ่นใจเท่ากับที่เคยอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้าอย่างอหังการ

 หาได้ยากนักที่อดีตผู้นำประเทศในโลกนี้พยายามทำลายแผ่นดินเกิดตัวเอง สร้างความวิบัติให้ประชาชน เหมือนคนหนีคุก ซึ่งไม่ใช่แม้กระทั่งเป็นคนไทยโดยเอกสารหรือหนังสือเดินทาง พิสูจน์ได้ว่าเป็นประชาชนไทย เพราะคนไทยคงไม่ชั่วร้ายสุดขั้วถึงกับทุ่มเททุกอย่างเพื่อเนรคุณแผ่นดิน โดยที่ญาติพี่น้องยอมรับสภาพ “ชั่วทั้งโคตร”

  เคยมีแต่ผู้นำ ถูกรัฐประหาร ก็ดิ้นรนหวนคืนสู่อำนาจ แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำทุกอย่างเพื่อทำลายรากฐาน โครงสร้างของประเทศ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สร้างมวลชนด้วยการใช้เงินหว่านให้เป็นอันธพาล นักล่า ไล่ฆ่าฟันฝ่ายตรงข้ามโดยไม่แยแสกฎหมาย

 การยุยงปลุกปั่นมวลชนให้บุกขึ้นเขายายเที่ยงไม่ใช่การรณรงค์การเมือง แต่เป็นการหาเรื่องเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง ไม่ให้คนไทยอยู่อย่างเป็นสุข จะให้เป็นเหมือนเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดคนหนีคุก ทุกวันนี้ตกอยู่ในสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ

 มีอันธพาลการเมืองไม่กี่ร้อยคน อาศัยความเหี้ยมโหดทำลายความน่าอยู่จนไม่เหลือ น่าจะถึงเวลาที่คนเชียงใหม่ซึ่งยังห่วงแผ่นดินเกิดต้องลุกขึ้นกอบกู้เมือง ถ้าปล่อยไว้อีกไม่นานความตกต่ำทางเศรษฐกิจจะทำให้ปัญหาเรื้อรังยากต่อการแก้ไข

 บ้านเมืองกำลังถูกคุกคามโดยมวลชนภายใต้อำนาจเงินของขบวนการคนหนีคุก น่าเสียดายที่ผู้นำกองทัพบกประกาศว่า “ขอเป็นกลาง” ไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าขบวนการนี้ประกาศชัดเจนว่าจะล้มสถาบันหลักของแผ่นดิน เหลือเชื่อจริงๆ ให้ตายดิ! อิอิอิ!!!