
ผวาทั้งครอบครัว ปีเดียวรถเสียหลักพุ่งชนบ้านกว่า 4 ครั้ง จากอุบัติเหตุ 16 ครั้ง
โค้งอันตราย สาวเมืองตรังพร้อมครอบครัวและเด็กน้อย 5 ชีวิต ผวาอย่างหนัก ภายในรอบ 1 ปี รถเสียหลักพุ่งชนบ้าน กว่า 4 ครั้ง ผู้เป็นแม่บาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินพังเสียหายกว่า 5 แสนบาท แถมยังเสียหลักบนถนนอีกกว่า 12 ครั้ง ร้องสื่อให้หน่วยงานเข้าแก้ไขอย่างยั่งยืน
วันนี้ 3 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.จันจิรา โสลิกี้ หรือซิน อายุ 23 ปี อาชีพค้าขาย พร้อมด้วยบรรดาญาติพี่น้อง หลังได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์รถยนต์เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ชื่อร้านตีนเขาของชำ 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี สร้างความเสียหายแล้วกว่า 5 แสนบาท อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบกับในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยังมีรถเสียหลักบนถนนอีกกว่า 12 ครั้ง บริเวณบนถนนเพชรเกษม ทางหลวงแผ่นดิน 403 สายตรัง-พัทลุง บริเวณก่อนขึ้นเขาพับผ้า ริมเทือกเขาบรรทัด หน้าบ้านเลขที่ 109 ม.1 ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง
พบว่าโค้งอยู่ก่อนถึงบ้านหลังดังกล่าวประมาณ 150 เมตร และเป็นช่วงถนนที่รถกำลังจะขึ้นถนนบนเขา โดยส่วนใหญ่สัญจรผ่านมาในความเร็วสูง จากการสังเกตพบว่าพื้นถนนบริเวณโค้ง มีความลาดเอียงน้อย ทำให้รถที่สัญจรมาเลี้ยวไม่เข้าโค้ง น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งได้ง่าย ซึ่งชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวยังได้ชี้ร่องรอยรวมทั้งจุดที่รถเสียหลักลงไป ตรวจสอบบริเวณแผงกั้นบนเกาะกลางถนนมีร่องรอยการถูกชนพังยับเยิน บนพื้นยังคงพบชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ตกเกลื่อนอยู่
น.ส.จันจิรา หรือซิน กล่าวว่า ตนเองพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับแม่ พี่สาว หลานสาววัย 1 เดือน และหลานชายวัย 4 ขวบ ที่ผ่านมารถพุ่งชนบ้านครั้งแรกเดือน ก.พ.62 มิ.ย.62 ก.ค.62 และล่าสุดคือวันที่ 9 ส.ค.63 ที่ผ่านมา ที่ผ่านมาเกิดเหตุบริเวณนี้แล้วกว่า 16 ครั้ง เข้าบ้าน 4 ครั้ง ที่ผ่านก็ได้รับความเสียหาย รถชนของพังกระจัดกระจาย มีแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็มีเงินประกัน เยียวยาอยู่แต่ก็ไม่ได้รับทั้งหมด รวมความเสียหายแล้วทั้งหมดกว่า 5 แสนบาท แต่ได้รับเพียงแค่ประมาณ 3 แสนบาทจากประกันรถ ตอนนี้ก็รู้สึกหวาดกลัวแล้ว ฝนตกก็ไม่กล้ามานั่งหน้าบ้าน กลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำ เวลานอนก็กลัว อีกทั้งที่บ้านก็มีเด็กเล็กกลัวว่าจะได้รับอันตรายไปด้วย เวลาได้ยินเสียรถก็กลัวตลอด และที่สำคัญคือหากฝนตกจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก
“หลังจากเกิดเหตุพุ่งชนบ้านครั้งแรกก็ได้ร้องไปยังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปแล้ว ซึ่งขณะนั้นทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้นำแท่งเบริเออร์มาตั้งกั้นไว้บริเวณหน้าบ้านของตน แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถก็ยังเสียหลักมาชนแท่งเบริเออร์ดังกล่าวจนกระเด็นอีก โดยตนมองว่าการแก้ปัญหาโดยการนำแท่งเบริเออร์มากั้นไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดเท่าไหร่ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายน้ำ เพราะสาเหตุปัญหาคือถนนบริเวณโค้ง จึงอยากให้ทางหน่วยงานมาปรับปรุงพื้นถนน และอยากให้มีกล้องจับความเร็วด้วย” น.ส.จันจิรา กล่าว
ทางด้าน นางหทัยกาญจน์ ทองเอียด อายุ 48 ปี แม่ น.ส.จันจิรา ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รถพุ่งเข้าชนบ้าน ขณะนั้นตนยืนขายกาแฟอยู่หน้าร้าน จู่ๆ รถก็พุ่งเข้ามาชนเข้าอย่างจัง สุดท้ายก็ชุลมุนไปหมด โดยที่ตนยังไม่รู้เลยว่ารถเสียหลักเข้ามาตอนไหน มองอะไรแทบไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีก็บาดเจ็บแล้ว หลังจากโดนชนก็นอนรักษาตัวที่ รพ.ศูนย์ตรังอยู่กว่า 27 วัน มีบาดแผลที่ขาและตามลำดับ โดนผ่าตัดที่ขาและสะโพก หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ภาพนั้นยังคงติดตาอยู่ทุกวันนี้ หลังจากนั้นมาก็เกิดเหตุอีกหลายครั้ง ยอมรับเลยว่าทุกคนในบ้านหวาดผวาอย่างหนัก เพราะตนมีบ้านมีที่อยู่ตรงนี้ ทำมาหากินอยู่ตรงนี้ก็ไม่รู้จะให้ย้ายไปไหน ทำได้เพียงอย่างเดียวคือให้หน่วยงานเข้ามาแก้ไขถนน อย่างให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องสูญเสียไปแบบนี้เลย
ขณะที่ นางรัตนพันธ์ สะลิมาต อายุ 58 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์บ่อย ซึ่งทำให้จิตใจเราเสียด้วยนอนผวาตกใจ ซึ่งเราก็เห็นเหตุการณ์ตลอด คนในบ้านก็หวาดกลัวกันตามๆ กัน ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีอาจจะเสียหลักเข้ามาในบ้านเราก็เป็นไปได้ ตนเห็นว่าตอนนี้น่าจะแก้ปัญหายังไม่ถูกจุด อยากให้มีกล้องจับความเร็ว หรือซ่อมถนนให้ดีกว่านี้หน่อย
"คมชัดลึก ลึกยิ่งกว่าข่าว"ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนุนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง



