ข่าว

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

03 ก.ย. 2563

คนร้ายวัย 22 ปี งัดธนาคารพาณิชย์ ใน อ.สตึก ถึง 3 ธนาคาร จาก 6 ธนาคาร ในห้วงเวลา 1 เดือน ตำรวจควานหาตัวกว่าจะเจอ ที่กระท่อมท้ายที่พักสงฆ์ สารภาพสิ้น ถึงวิธีเข้าไปในธนาคาร ได้เงินตามลิ้นชักได้เงินหลักพัน เอาไปซื้ออาหารและซื้อยาเสพติด

วันที่ 3 ก.ย. 2563 พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผกก.สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ กิจไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.สตึก นำตัวนายวรวิทย์ หรือก้อง เทพวรรณ์ อายุ 22 ปี ที่อยู่ หมู่ 19 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ มาสอบสวน หลังตามจับตัวได้ที่กระท่อม อยู่กลางป่าของที่พักสงฆ์เนื้อที่กว่า 80 ไร่ เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2563 ธนาคารกรุงไทย สาขาสตึก ถูกคนร้ายงัดเข้าไปในอาคารของธนาคาร ในเวลากลางคืน แล้วรื้อค้นเอาทรัพย์สิน ได้เป็นเงินสดตามลิ้นชักของพนักงานไปประมาณ 1,500 บาท แล้วหลบหนีไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ตำรวจ สภ.สตึก ได้รับแจ้งจาก ผจก.ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสตึก ว่ามีคนร้ายงัดเข้าไปในธนาคาร มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นตัวคนร้ายชัดเจน มีเงินสดตามลิ้นชักหายไปกว่า 2,500 บาท

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

หลังจากนั้น ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สตึก ได้ควานหาตัวบุคคลตามภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยการปริ้นภาพใบหน้าไปสอบถามตามสถานที่ต่างๆ และค้นหาตัวทางอิเล็กทรอนิกส์  แต่ก็ไม่พบเจอบุคคลดังกล่าว กระทั่งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ตำรวจได้รับแจ้งจาก ผจก.ธนาคารออมสิน สาขาสตึก อีกว่า มีคนร้ายงัดเข้าไปในตัวอาคารในตอนกลางคืน ค้นหาทรัพย์สินในลักษณะเดียวกันกับ 2 ธนาคารก่อนหน้านี้ ได้เงินสดจากตู้บริจาคไปประมาณ 2,000 บาท และโทรศัพท์มือถือของพนักงานที่วางไว้เค้าเตอร์ อีก 1 เครื่อง

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

ตำรวจจึงมั่นใจว่าผู้ก่อเหตุงัดทั้ง 3 ธนาคาร เป็นคนเดียวกัน ก่อนจะระดมค้นหาบุคคลต้องสงสัย จนทราบว่ามีคนหน้าตาเหมือนบุคคลในกล้องวงจรปิดของธนาคาร อาศัยอยู่กระท่อมท้ายสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในตำบลนิคม อ.สตึก จึงตามไปจับกุม นายวรวิทย์ หรือก้อง เทพวรรณ์ ดังกล่าว

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

จากการสอบสวนนายก้อง ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือลักทรัพย์ในธนาคารทั้ง 3 แห่งจริง โดยใช้วิธีต่างกันไป ธนาคารกรุงไทย ใช้วิธีปืนขึ้นตามท่อด้านหลังของธนาคาร แล้วใช้ไขควงงัดหน้าต่างอลูมิเนียม เข้าไปรื้อเอาทรัพย์สิน เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน ก็รีบหนีไป ส่วนธนาคารกรุงเทพฯ และธนาคาร ออมสิน ใช้วิธีเอาตะไบตัดกรงเหล็กดัด แล้วง้างเอาตัวลอดเข้าไปขโมยทรัพย์สิน ก่อนหลบซ่อนตัวอยู่กระท่อมของแม่ตัวเอง ที่ทำไว้ระหว่างมารับจ้างตัดอ้อย เงินที่ได้มาก็จะเอาไปซื้อกับข้าว และซื้อยาบ้ามาเสพ เมื่อเงินหมดก็จะออกไปหาขโมยอีก ส่วนสาเหตุที่เลือกงัดธนาคาร เพราะคิดว่าน่าจะมีเงินมาก

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

ด้านนายชนะนันท์  ปิยารัมย์ ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาสตึก กล่าวว่า ดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายได้ โดยเฉพาะธนาคารออมสิน ที่โดนงัดไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค. แล้วจับกุมได้ภายในไม่กี่วัน ถ้ายังไม่ได้ตัวคนร้ายอาจจะไปก่อเหตุอีก 3 ธนาคารที่เหลือใน อ.สตึก อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการค้นประวัติของนายก้อง พบว่าเคยติดคุกคดีลักทรัพย์ที่เรือนจำจังหวัดนครราชสีมา 5 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมา เบื้องต้นตั้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยเข้าทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน มีเจ้าทุกข์ 3 ราย (ต่างกรรมต่างวาระ)

ตร.สตึก รวบคนร้ายงัดธนาคาร ตะลึงเดือนเดียวโดนไป 3 จาก 6 แห่ง

ภาพ/ข่าว อภิชาติ ศิริสุข ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์