ข่าว

 "ศรีสุวรรณ" ถาม รมว.ยุติธรรม "ห้ามจำหน่ายบุหรี่ในเรือนจำ" เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

"ศรีสุวรรณ" ถาม รมว.ยุติธรรม "ห้ามจำหน่ายบุหรี่ในเรือนจำ" เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

03 ก.ย. 2563

"ศรีสุวรรณ" ถาม รมว.ยุติธรรม "ห้ามจำหน่ายบุหรี่ในเรือนจำ" เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

3 ก.ย. 63  เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 กำหนดห้ามมิให้จำหน่ายสินค้าประเภทบุหรี่หรือยาสูบในเรือนจำหรือทัณฑสถาน และต่อมากรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการให้ความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค ในการบังคับให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าวในทันที ด้วยการห้ามร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังนำสินค้าบุหรี่ หรือยาเส้น มาจำหน่ายให้กับผู้ต้องขังภายในเรือนจำ พร้อมทั้งออกกฎ ระเบียบ โดยเฉพาะการกำหนดบทลงโทษกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ฝ่าฝืนประกาศ กฎ ระเบียบดังกล่าว ตั้งแต่ผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามลำดับลงมานั้น

การที่กรมราชทัณฑ์ ได้ห้ามร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังภายในทัณฑสถานนำบุหรี่หรือยาเส้นมาจำหน่ายให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำนั้น อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ เนื่องจากบุหรี่หรือยาเส้น มิได้เป็นสิ่งต้องห้าม ตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษ 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การบังคับให้บุคคลเลิกสูบบุหรี่ หรือยาเส้นนั้น เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถเลิกได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว จะต้องดำเนินการหรือรณรงค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการห้ามนำสินค้าดังกล่าวมาจำหน่ายในร้านค้าเรือนจำ จึงเป็นการเปิดช่องทางให้มีการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ด้วยการลักลอบเข้ามาจำหน่ายในเรือนจำ ด้วยราคาที่สูงกว่าราคาท้องตลาดหลายร้อยหลายพันเท่า เพราะบุหรี่ หรือยาเส้นเพียงมวนเดียว หากมีการจำหน่ายในเรือนจำ ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้  ย่อมเป็นที่ต้องการของนักโทษหรือผู้ต้องขัง ซึ่งจะทำให้ความต้องการมีมาก ส่งผลให้ราคาจำหน่ายสูงกว่ายาเสพติดให้โทษประเภท 1  เสียอีก เพราะเมื่อความต้องการมีจำนวนสูงมาก นักโทษหรือผู้ต้องขังจึงย่อมต้องหาช่องทางอื่นในการนำเข้ามาภายในเรือนจำเอง เช่น การนำบุหรี่หรือยาเส้นห่อถุงพลาสติกยัดรูทวารขณะที่เดินทางไปขึ้นศาลหรือทำกิจกรรมอื่นภายนอกเรือนจำ หรือการนำเศษไม้ใบหญ้าตามสวนหรือสนามกลางแจ้งมาตากแห้งแล้วนำมามวนสูบกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษชำระ เป็นต้น ซึ่งประกาศกระทรวงลักษณะดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระ และจำกัดสิทธิเกินกว่าเหตุของนักโทษหรือผู้ต้องขัง ตามม.25 ม.26 ประกอบ ม.27 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างเห็นได้ชัด 

นอกจากนั้น เป็นที่ผิดสังเกตด้วยว่า การห้ามจำหน่ายบุหรี่เกิดขึ้นแต่เฉพาะในเรือนจำหรือทัณฑสถานของกรมราชทัณฑ์เท่านั้น แต่กลับไม่นำไปบังคับใช้ในทัณฑสถานของทหาร ของกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด หรือประเทศนี้มี 2 ระบบ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้บริหารเท่านั้นหรือ

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และสมาคมอนุรักษ์ยาเส้นพื้นเมืองไทย จึงเดินทางมายื่นคำร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณาสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ ให้มีการทบทวนหรือยกเลิกนโยบายที่ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ และหรือยาเส้น ในร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังในเรือนจำหรือในทัณฑสถานทุกแห่งทั่วประเทศเสีย แต่หากไม่เป็นผลคงต้องสู้กันในชั้นศาลปกครองต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด