
หนุ่มแฟนสาวดูดไขมันเสริมอก 5 วันดับ ร้องตำรวจเอาผิดคลินิก-จี้เยียวยา
หนุ่มโร่แจ้งเอาผิดคลินิกย่านยานนาวา หลังแฟนสาวไปดูดไขมันเสริมหน้าอกดับ พร้อมขอให้ส่งศพผ่าพิสูจน์อีกครั้งที่ รพ.ตำรวจ จี้คลินิกเยียวยาครอบครัวเพราะผู้ตายเป็นเสาหลัก
ที่ สน.บางโพงพาง วันที่ 29 สิงหาคม 2563 นายพลชนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตหลังจากที่ไปดูดไขมันเสริมหน้าอกที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านยานนาวา ถ.พระราม 3 เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต
นายพลชนะ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกดังกล่าว และขอให้ตำรวจทำหนังสือส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ทั้งนี้ตั้งแต่พาแฟนสาวเข้ารักษาที่โรงพยาบาล ทางคลินิกได้ติดต่อสอบถามอาการแต่ยังไม่มีการชดใช้แต่อย่างใด โดยขอรอผลตรวจจากแพทย์ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุใด และหลังจากแฟนสาวเสียชีวิตทางเฟซบุ๊กของคลินิกก็ได้ติดต่อเข้ามาพร้อมดูแลค่ารักษาทั้งหมด และเรื่องค่าเยียวยาที่จะตกลงจ่ายในภายหลัง พร้อมมีการขอเบอร์โทรศัพท์ของหัวหน้าตน ที่ช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล
นายพลชนะ กล่าวอีกว่า จากนั้นทางคลินิกได้โอนเงินมาให้ 100,000 บาท เพื่อช่วยเรื่องค่าทำศพ แต่ไม่ได้กล่าวถึงค่ารักษาพยาบาลแต่อย่างใด วันนี้ได้ปรึกษาทนายและตัดสินใจแจ้งความเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม โดยนำหลักฐานเป็น เอกสารเป็นใบสอบสวนเบื้องต้นจาก สน.ลุมพินี และอยากให้ทางคลินิกช่วยเยียวยา เพราะแฟนสาวที่เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว
สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 10 ส.ค. แฟนสาวเปิดเฟซบุ๊กหาข้อมูลโปรโมชั่น เพื่อจะดูดไขมันและเสริมหน้าอก จากนั้นได้เจอกับเพจของคลินิกที่อยู่ไม่ไกลบ้านจึงติดต่อและคุยกับคลินิก ตัดสินใจจ่ายมัดจำ 3,000 บาท และนัดหมายให้เข้าไปดำเนินการดูดไขมัน เสริมอก ซึ่งราคาเต็ม 62,000 บาท รูดบัตรผ่อน 59,000 บาท นาน 10 เดือน เฉลี่ยจ่ายเดือนละ 5,900 บาท
จากนั้นวันที่ 22 ส.ค. ทางคลินิกติดต่อให้เข้าไปตามนัดหมาย ซึ่งตนได้เป็นคนไปส่งแฟนสาวด้วยตัวเอง เวลา 07.00 น. ใช้เวลาทำจนกระทั่งถึง 15.00 น. หลังจากแฟนสาวทำเสร็จก็โทรมาให้ไปรับกลับบ้านช่วง 16.00 น. หลังจากกลับมาจากคลินิกแฟนสาวก็บ่นตลอดว่าเจ็บ จุก และมีอาการผิดปกติ ซึ่งพยายามถามทางคลินิกก็ตอบเพียงว่าเป็นอาการปกติและผลข้างเคียง เมื่อถึงวันนัดหมายให้ไปล้างแผล แฟนสาวก็เดินทางไปพร้อมกับตน แต่หลังจากที่ทำแผลแฟนสาวบ่นเจ็บอยู่ตลอดเวลาและมีน้ำไหลออกมาจากแผล คลินิกก็อ้างว่าเป็นน้ำเกลือที่เป็นระบบเทคนิคใช้สำหรับการดูดไขมัน เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะไหลออกมา ไม่ใช่น้ำเหลือง และภายหลังที่มีการล้างแผลเริ่มมีอาการหน้าซีด คล้ายมีอาการเกร็งจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก็ถูกส่งต่อไปยังอีกโรงพยาบาลโดยใช้สิทธิ์ประกันสังคม แต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลย่านสุขุมวิท โดยไม่ได้ใช้สิทธิ์ประกันสังคม แต่มีค่าใช้จ่ายในการรักษา 400,000 กว่าบาท ทางครอบครัวต้องเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง
กระทั่งเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ช่วงประมาณ 19.00 น. แฟนสาวเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล จากนั้นเมื่อทางคลินิกรับทราบ ก็ได้ติดต่อมาทางแชทข้อความว่า "ทางคลินิกขอแสดงความเสียใจ พร้อมที่จะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมด" จากนั้นคาดว่าทางคลินิกได้ศึกษาข้อมูลรวมถึงข้อกฎหมายเพิ่มเติม แล้วจึงติดต่อกลับมาอีกครั้งว่า "ทางคลินิกจะช่วยค่าทำศพ จำนวน 100,000 บาท"



