
สกัดโควิด "บิ๊กแป๊ะ" สั่ง สตม.-ตชด.ตรวจเข้ม 10 จว.ติดชายแดนพม่า
ผบ.ตร. กำชับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง-กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ปูพรมเฝ้าระวังเข้มชายแดนเมียนมา ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
วันที่ 29 สิงหาคม 2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลฯสั่งล็อคดาวน์เมืองซิตตเวอย่างไม่มีกำหนดนั้น
โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ร่วมกับหน่วยงานด้านความั่นคงตามแนวชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการอย่างเข้มงวดรัดกุมในทุกจุดพื้นที่
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ขานรับนโยบายและมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยได้เน้นย้ำสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่มีพรมแดนติดกับชายแดนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี
ให้ประสานการทำงานร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติของการป้องกันโรค ตามคำสั่ง ศบค.อย่างเคร่งครัด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทั้งช่องทางจุดผ่านแดนถาวร , จุดผ่อนปรนทางการค้า , จุดผ่อนปรนพิศษ และช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน , สืบสวน หาข่าว การกระทำในลักษณะเป็นขบวนการนำพา เป็นนายหน้า และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกราย ทั้งในระดับพื้นที่ และทางสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก , ไลน์ และตามสื่อต่างๆ
รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และห้ามมิให้มีกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองผิดกฎหมายของคนต่างด้าว หากพบการกระทำผิดจะพิจารณาดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเฉียบขาดทุกกรณี เพื่อควบคุมและป้องกันความเสี่ยง ไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ และให้ประเทศไทยปราศจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในทุกมิติ
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแส หรือมีข้อมูลการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือขบวนการลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หมายเลข 1599 หรือสายด่วนแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกคนจะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลประเทศไทยปลอดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)



