
สนับสนุนเป้าหมายแต่ไม่ใช่แบบนี้ สตรีในคลิปไวรัลเผยหลังม็อบ BLM รุมกดดันให้ชูกำปั้น
คลิปไวรัลในโลกออนไลน์ช่วงต้นสัปดาห์ ม็อบเรียกร้องความเสมอภาคผิวสีในสหรัฐ รุมกดดันให้คนในร้านอาหารแสดงความสนับสนุน แต่สตรีคนหนึ่งไม่ทำตาม
เหตุการณ์ที่ตำรวจผิวขาวรัวยิง จาคอบ เบลค ชายผิวสีในระยะเผาขน เสียชีวิตในรัฐวิสคอนซิน เมื่อสุดสัปดาห์ จุดชนวนประท้วงเรียกร้องความเท่าเทียมของคนผิวสีในสหรัฐอเมริกาภายใต้คำขวัญ Black lives matter (BLM) ขึ้นมาอีกระลอกใหญ่ โดยเฉพาะเมืองเคโนชาที่เกิดเหตุ การประท้วงลุกลามเป็นจลาจลรุนแรง ขณะที่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี มีฝูงชนจำนวนหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวออกมาร่วมประท้วงเมื่อค่ำวันจันทร์(24 ส.ค.) โดยเดินขบวนเข้าไปในย่านอดัม มอร์แกน กล่าวหาคนที่นั่งรับประทานอาหารว่ากำลังเสวยสุขกับอภิสิทธิ์คนขาว และตะโกนเรียกร้องให้พวกเขาชูกำปั้นเพื่อแสดงความเป็นพวกเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นสตรีที่นั่งโต๊ะด้านนอกร้านอาหารเม็กซิกัน ลอส คูอาเตส ที่วางเฉยไม่ยอมทำตาม
Fredrick Kunkle ผู้สื่อข่าววอชิงตัน โพสต์ ทวีตคลิปนี้และเล่าเหตุการณ์ว่า ผู้ประท้วงคนหนึ่งตะโกน ว่า“ความเงียบของคนขาวคือความรุนแรง” อีกคนถามว่า “เป็นคริสเตียนหรือเปล่า”
สตรีที่ถูกตะโกนกดดันหลายนาทีในคลิป คือ ลอเรน บี.วิคเตอร์ นักวางผังเมือง และช่างภาพวัย 49 ปี เธอให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ไม่ชูกำปั้น ว่า เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกโจมตี
นักเคลื่อนไหวบางคนถึงกับอ้างว่าใครไม่ชูกำปั้นคือพวกเชิดชูผิวขาว แต่วิคเตอร์ปฏิเสธแม้ว่าเพื่อนร่วมโต๊ะยอมทำตามแล้ว
Daily Mail / เด็กก็ต้องชูกำปั้นด้วย
แท้จริงแล้ว วิคเตอร์ เป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหว Black Lives Matter และเข้าร่วมเดินขบวนหลายสัปดาห์ แต่เธอไม่ต้องการถูกบังคับขู่เข็ญให้แสดงความสนับสนุน การมีฝูงชนมาด้วยอารมณ์ฮึกเหิม เรียกร้องให้ทำสิ่งนี้ นาทีนั้น ไม่คิดว่าถูกต้อง อย่างไรก็ดี วิคเตอร์ ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว เพราะไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรเธอ เธอเข้าใจความโกรธแค้นของพวกเขา แต่เป็นห่วงว่าสถานการณ์อาจบานปลายได้
คลิปนี้กลายเป็นไวรัล โดยชาวโซเชียลส่วนใหญ่ชื่นชมในความใจเด็ดของเธอ และผู้สนับสนุนขบวนการ BLM จำนวนมากเห็นพ้องกันว่า วิธีเผชิญหน้าเช่นนี้คือก้าวที่ผิดพลาด บั่นทอนสารที่ขบวนการ BLM ต้องการจะส่งออกไป และอาจผลักผู้สนับสนุนออกไปจากแนวร่วม
“คุณไม่มีทางจะได้ผู้สนับสนุนด้วยการตะโกนใส่หน้าและคุกคามพวกเขา คนมากมายแค่ไหนที่ดูคลิปวิดีโอนี้แล้วหันหน้าหนี นี่คือการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง หรือแค่ตอบสนองอีโก้” ขณะอีกคนระบุว่า “ทำแบบนี้ก็เท่ากับต่อเวลาให้ทรัมป์อีก 4 ปี” ผู้ใช้ทวิตเตอร์บางคนกล่าวหาว่าผู้ประท้วงผิวขาวทำให้ขบวนการ BLM เสื่อมเสีย การกระทำเช่นนี้ไม่ควรมีที่ยืนในขบวนการเรียกร้องเพื่อความยุติธรรมทางสังคม



