
ปลุกสีสันบนถนนสีลม
จากถนนสายเล็กๆที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่ขี่ม้าตากอากาศให้แก่ชาวต่างชาติตั้งเเต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ถนนสายนี้ไม่เคยโล่งจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นแหล่งรวมธุรกิจกิจร้านค้าความบันเทิงทุกรูปแบบให้เเก่ชาวกรุงเทพฯ
เเละเพื่อตอกย้ำความไม่เคยหลับใหลของถนนเส้นนี้ เขตบางรัก ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมเขตบางรัก ประชาคมสีลม กลุ่มโรงแรมและนักธุรกิจเขตบางรัก ได้ร่วมมือกันจัดงาน เทศกาลความสุขบนถนนสีลม (Silom Festival 2010) ในวันที่17 มกราคมนี้
โดยจะปิดเส้นทางจราจรบนถนนสีลมตั้งเเต่โรงเเรมดุสิตธานีจนถึงสี่เเยกนราธิวาสราชนครินทร์ให้กลายเป็นถนนคนเดินที่รวบรวมการเเสดง ศิลปะวัฒนธรรมกว่า 8 เวที สินค้าโอท็อปขึ้นชื่อ และอาหารตลอดเส้นทางกว่า 1 กิโลเมตร รวมทั้งการเเสดงตัวตลกโบโซ่ การเต้นบีบอย ดนตรีเปิดหมวก จากกลุ่มนักเเสดงข้างถนน มีซุ้มกิจกรรมต่างๆ งานศิลปะอย่างการวาดภาพเเละบอดี้เพนท์ รวมถึงการเเสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอีกด้วย
ทยาทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่าต้องการสานต่องานที่เคยจัดมาอย่างคึกคักเมื่อ10 ปีก่อน โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นการเเสดงความเข้มเเข็งของคนในชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเเละศิลปวัฒนธรรมไทย จนถึงการได้เห็นถนนสีลมเป็นจุดรวมความสามัคคีของคนในสังคม
ด้าน สุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางรัก บอกเล่าถึงความตั้งใจในการจัดกิจกรรมนี้ว่าถือเป็นงานท้าทายที่จะทำให้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยก่อนเลยต้องมีการร่วมมือกับหลายๆ ฝ่าย ซึ่งในตอนนี้ก็มีงบประมาณสนับสนุนมากพอสมควร ที่จะมาส่งความสุขให้แก่ทุกคนได้ โดยหวังว่าจะมีคนมาร่วมงานนี้เป็นหลักแสน เพราะเป็นงานที่ทั้งเด็กเเละผู้ใหญ่สามารถมาเดินบนถนนสีลมได้อย่างสนุกสนาน
พิทยาพันธุ์เพ็ญโสภณ บอสใหญ่โคคาไทยสุกี้ ที่มาในฐานะตัวเเทนร้านอาหารที่จะมาร่วมบริการความอิ่มหนำในงานนี้ทั้งหมดกล่าวยินดีที่กำลังจะเกิดเทศกาลดีๆ บนถนนสายบ้านเกิดในต้นปีใหม่นี้
"ภูมิใจมากที่จะได้มีเทศกาลเเบบนี้ เพราะตัวเองก็เป็นคนสีลม เกิดที่นี่ บ้านก็อยู่แถวนี้ ในมุมมองของผมเชื่อว่าสีลมเป็นที่ตั้งของประวัติศาสตร์เกือบค่อนทศวรรษ เป็นแหล่งรวมเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย มีเสน่ห์ชักชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกัน "
ไฮไลท์ของงานนี้ได้เเก่การจุดเทียนชัยเทิดพระเกียรติพร้อมร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเวลา 1 ทุ่มตรง ณ เวทีใหญ่ บริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนการเดินทางนั้นนอกจากรถไฟฟ้าเเละรถไฟใต้ดินก็สามารถนำรถมาจอดไว้ที่อาคารอื้อจือเหลียง ลานจอดรถของสวนลุมพินีและตึกสำนักงานต่างๆ ที่เข้าร่วมได้เช่นกัน รายได้ที่เหลือจากการจัดงานนี้จะมอบให้แก่สภากาชาดไทยทั้งหมดอีกด้วย
ได้เที่ยวสนุกๆแถมยังไม่ต้องเดินทางไกลไปไหน แหม...งานนี้จัดมาได้ใจคนกรุงเทพฯ ซะจริงๆ



