
เล่าฝันของหนูให้พ่อฟัง
วันเด็กถือเป็นอีกวันหนึ่งที่มีความหมายและสำคัญต่อเด็กๆในสังคมไทยมาโดยตลอด ยิ่งเมื่อผู้ใหญ่ใจดีอย่างไปรษณีย์ไทยและเครือข่ายครอบครัว เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีโอกาสได้บอกเล่าความฝันผ่านจดหมายและโปสการ์ดผ่านโครงการ เล่าฝัน...วันของหนู ตอนอยากให้พ่อเป็นแบบไหนเพื
อานุสราจิตต์มิตรภาพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งในสถาบันครอบครัวตลอดจนเป็นสื่อกลางความรักความเข้าใจกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว โดยเปิดโอกาสให้เด็กๆ เขียนจดหมายหรือโปสการ์ดถึงใครสักคนเพื่อบอกเล่าความฝันของตัวเองว่าอยากให้พ่อเป็นแบบไหน
วันเด็กปีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดความฝันของเด็กไทยเพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงความคิดความฝันของเด็กๆ ที่มีต่อคนใกล้ตัวเด็กมากที่สุด นั่นก็คือคุณพ่อนั่นเอง บุคคลที่ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในครอบครัว อีกทั้งเป็นแบบอย่างของเด็กๆ ด้วยพร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมการเขียนจดหมายให้มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสถาบันครอบครัว สำคัญที่สุดจะเป็นสื่อกลางในการสร้างความรัก ความเข้าใจระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย อานุสราแจง
ด้าน วันชัย บุญประชา ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความสัมผัสในครอบครัวระหว่างบุคคลในครอบครัวที่ผ่านมา โดยสำนักงานวิจัยและจากโครงการ ใกล้กันอีกนิด...น่ะพ่อ โดยสถาบันราชานุกูลกรมสุขภาพจิต พบว่าความสัมผัสในครอบครัว พ่อจะมีความสัมผัสที่ห่างเหินจากลูกและภรรยามาก เมื่อเปรียบเทียบกับความสัมผัสพ่อ แม่ ลูกนั้น ลูกจะมีความใกล้ชิดกับผู้เป็นแม่มากกว่าพ่อ และลูกๆ ก็ต่างเรียกร้องให้พ่อมีเวลาและใกล้ชิดกับพวกเขามากขึ้น
"โครงการนี้จะเป็นการสานความสัมผัสของคนในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น การที่ลูกๆ ได้มีโอกาสสื่อสารสิ่งที่เขาเห็น สิ่งที่เขาคิด และความตั้งใจที่อยากให้พ่อของตัวเองเป็นในแบบที่เขาคิด โดยผ่านการเขียนจดหมายเล่าฝัน...วันของหนูนี้ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจสำคัญที่จะทำให้ผู้เป็นพ่อ ได้หันมามีเวลาใกล้ชิดกับลูกๆ เพิ่มมากขึ้น วันชัย กล่าว
ปิดท้ายที่ เข็มพรวิรุณพันธุ์ ผู้จัดการแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.) กล่าวว่าการเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด และแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างอิสระด้วยการเขียน ผู้ใหญ่ก็จะได้รับรู้ถึงเรื่องที่ลึกซึ้ง ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเด็กอาจไม่กล้าพูด หรือยังสื่อสารด้วยการพูดไม่ดีพอ ซึ่งผู้ใหญ่มักจะละเลย หรือไม่ตั้งใจฟังเด็กพูดในเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างจริงจัง คือฟังแต่ไม่ได้ยิน กิจกรรมนี้จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้คุณค่าต่อการเรียนรู้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นการเติมเต็มช่องว่างและสร้างสัมพันธภาพที่ดีของคนในครอบครัว และยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้เด็กรักการเขียนและเห็นความสำคัญของการเขียนมากขึ้นด้วย
หากน้องๆหนูๆ คนใดสนใจที่จะบอกเล่าความฝันของตัวเองว่าอยากจะให้พ่อเป็นแบบไหน โดยผ่านการเขียนจดหมายหรือโปสการ์ด สามารถส่งมาได้ที่ตู้ ปณ. 222 สำนักงาน ปณท 10002 โดยไม่ต้องติดแสตมป์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2553 จะได้รับการตอบกลับจาก "พ่ออาสา" และได้รับแสตมป์ชุดปีใหม่ส่งกลับไปให้ถึงที่บ้านฟรีส่วน 500 ฉบับที่เขียนได้ประทับใจจะได้รับ "หนังสือมหัศจรรย์การอ่าน" พร้อมไดอารี่จากแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) และจดหมาย 10 ฉบับที่ได้รับการคัดเลือกพิเศษจะได้รับการตอบกลับจากเหล่าบรรดาพ่ออาสาคนดังด้วยนะจ๊ะ
เรื่อง/ ศิริรัตน์จำรูญหิน



