
รถผสมปูนพุ่งชนท้ายเก๋งดับคาที่ 2-สองมูลนิธิฯแย่งคนเจ็บตีกันเละ
สยองรถผสมปูนพุ่งชนท้ายรถเก๋ง ก่อนเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนย่านรามคำแหง พุ่งชนท้ายรถตู้-รถแท็กซี่อย่างจัง ตายทันที 2 ศพ เจ็บ 3 คน ส่วนคนขับรวบตัวไว้ได้ ตร.แจ้งข้อหาขับรถประมาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ 2 มูลนิธิดังเข้าช่วยเหลือ แต่ดันเปิดศึกแย่งคนเจ็บ ตกลงกันไม่ได้
เหตุรถผสมปูนซีเมนต์พุ่งชนรถตู้-รถแท็กซี่ตาย 2 ศพ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 8 มีนาคม พ.ต.ท.หญิง สุวิมล มั่นใจ สารวัตรสอบสวน สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุว่าเกิดเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิตที่ ซ.รามคำแหง 180 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค คูเป้ สีดำ ทะเบียน ภธ 3527 กรุงเทพมหานคร จอดนิ่งอยู่ริมถนน สภาพด้านหลังรถยุบครึ่งคัน ส่วนที่บริเวณถนนฝั่งตรงข้าม ซ.รามคำแหง 197 ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. พบรถผสมปูนซีเมนต์ของบริษัท เอเซีย โปรดักส์ ซีเมนต์ จำกัด ทะเบียน 70-3543 สมุทรสาคร จอดนิ่งอยู่ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน สภาพด้านหน้ารถหันสวนทางกับรถที่วิ่ง ตรวจสอบกระจกด้านหน้ารถแตกเกลื่อนเต็มพื้น และพบกระจังด้านหน้าของรถแท็กซี่ติดอยู่บริเวณไฟหน้า
ใกล้กันพบรถตู้โดยสาร สีขาว ทะเบียน 13-0881 วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ฯ-มีนบุรี สภาพด้านขวาหลังพังยับเยิน ตรวจสอบภายในรถตู้พบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายบัวลอง ชัยมาตร์ อายุ 46 ปี ภูมิลำเนา จ.ชัยภูมิ อาชีพรับเหมาก่อสร้าง อยู่ในสภาพหายใจรวยริน และยังมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 แต่ปรากฏว่า นายบัวลอง เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 9427 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายรอบคัน และยังพบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง ทะเบียน มง 3188 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ายุบ พังเกือบทั้งคัน ตรวจสอบภายในรถพบศพ น.ส.หนึ่งฤทัย คิดชน อายุ 33 ปี นั่งอยู่บริเวณด้านซ้ายข้างคนขับ ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลนวมินทร์ 9
หลังเกิดเหตุตำรวจสามารถจับกุมนายสมพร คำบำรุง อายุ 24 ปี คนขับรถปูนไว้ได้ โดยนายสมพรไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก พร้อมกับนำตัวไปตรวจแอลกอฮอล์ หาสารเสพติด เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต
จากการสอบสวนนายอัฎฐพร แก้วผลึก อายุ 28 ปี เจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งกลับจากที่ทำงาน และกำลังจะเดินทางกลับบ้านพักที่หมู่บ้านเฟอร์เฟค เพลส ซ.รามคำแหง 168 ทั้งนี้ขณะรถวิ่งมุ่งหน้า ถ.รามคำแหง 180 ปรากฏว่า ละแวกดังกล่าวจัดงานคอนเสิร์ต เอกชัย ศรีวิชัย นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ทำให้การจราจรติดขัด รถจอดแน่นิ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะที่รถจอดติดอยู่ได้ยินเสียงดังสนั่น เมื่อมองไปเห็นรถขนปูนชนท้ายรถที่ขับมาอย่างจัง จากนั้นรถปูนได้แฉลบข้ามเกาะกลางถนนไปอีกฝั่งถนน ก่อนที่จะพุ่งไปชนรถอีกหลายคันได้รับความเสียหาย
นายอัฎฐพรกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุได้เดินออกมาจากรถเพื่อดูความเสียหาย และดูเหตุการณ์ ปรากฏว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่ติดค้างภายในรถ ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรเข้ามาช่วยเหลือเหมือนกัน แต่ทั้งสองมูลนิธิได้เกิดการกระทบกระทั่ง ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการทะเลาะวิวาท ใช้ก้อนหินปาใส่เข้าหากัน โดยไม่ได้สนใจที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
"รู้สึกตกใจมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะที่ผ่านมาเคยได้ยินแต่ข่าว แต่ไม่เคยได้เห็นกับตา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนมาก ไม่น่าที่จะเกิดขึ้น ในขณะที่คนได้รับบาดเจ็บรอการช่วยเหลืออยู่ ผมไม่รู้เรื่องว่าจะต้องแย่งกันไปทำไม น่าจะช่วยเหลือกันมากกว่า เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน" นายอัฎฐพรกล่าว
ด้านนายประกอบ พรหมเอาะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 9 ต.ปรือ อ.ประสาท จ.สุรินทร์ คนขับรถตู้คันเกิดเหตุ ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้า กล่าวว่า ปกติจะวิ่งวินรถตู้ รับจ้างระหว่างอนุสาวรีย์ชัยฯ -มีนบุรี ก่อนเกิดเหตุลูกพี่ลูกน้องได้ชักชวนให้มาช่วยขนของย่านลาดพร้าว ขณะเกิดเหตุได้ขนของเสร็จแล้วกำลังจะกลับเข้าบ้านย่าน ซ.รามคำแหง 186 โดยได้ชวนผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องติดรถนั่งมาด้วย ขณะที่รถวิ่งผ่านจุดเกิดเหตุ เห็นรถปูนพุ่งเข้ามารถอย่างจัง จึงหักหลบ ทำให้รถเสียหลักหมุนเคว้งก่อนที่จะไปชนรถกระบะเข้าอย่างจัง ทำให้ผู้ตายนั่งอยู่ด้านหลังคอหัก ศีรษะแตก เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ก็เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน เป็นลูกของผู้ตายและลูกพี่ลูกน้องอีก 1 คน
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง กำลังจะถึงบ้านพักแล้วแต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิทะเลาะวิวาทนั้น ผมไม่รู้เรื่อง เพราะตอนเกิดเหตุยุ่งอยู่กับช่วยเหลือคนเจ็บอย่างเดียว" นายประกอบกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทั้งสองมูลนิธิ เกิดการแย่งกันช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เมื่อตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทั้งสองมูลนิธิต่างพากันแยกย้ายหลบหนี ทำให้ตำรวจต้องนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นรถโรงพักมาพิมพ์ลายนิ้วมือที่ สน.มีนบุรี



