ข่าว

นายกฯ หารือเหล่าทัพ ห่วงม็อบนักเรียน

นายกฯ หารือเหล่าทัพ ห่วงม็อบนักเรียน

22 ส.ค. 2563

นายกฯ หารือเหล่าทัพ ห่วงม็อบนักเรียน ฝากให้ดูการสร้างเด็กยุคใหม่ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงปล่อย "ม็อบคอซอง" ชุมนุม แค่เฝ้าระวังมือมืดปลุกใช้ความรุนแรง เข้าสูตรฮ่องกงโมเดล พร้อมจับตามวลชนต่างจังหวัดร่วมกับกลุ่มประชาชนปลดแอก

มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เมื่อวานนี้ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งมีปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในฐานะกรรมการ เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง มีการหยิบยกสถานการณ์การชุมนุม และการทำกิจกรรมของนักเรียนมัธยมในการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ รวมทั้งต่อต้านระบบอำนาจนิยมในโรงเรียน และครอบครัว 

 โดยนายกฯ แสดงความเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกที่ผูกพันของคนในครอบครัวที่เป็นรากฐานของสังคมไทย รวมถึงการปลุกระดมด้วยการสร้างความเข้าใจผิด ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง รวมทั้งอยากให้เหล่าทัพไปดูเรื่องแนวทางในการสร้างเด็กยุคใหม่ โดยมองภาพในระยะยาว

แหล่งข่าว เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงติดตามการจัดกิจกรรมของนิสิต นักศึกษา ที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนการชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แต่จะไม่มีการห้าม หรือขัดขวางการจัดกิจกรรม เพราะถือเป็นสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงความเห็น 

“น้ำกำลังเชี่ยว อย่าเอาเรือไปขวาง แค่เฝ้าระวังอย่าให้มีการทำผิดกฎหมายจากการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรง ทำลายหรือเผาสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ไปสู่ฮ่องกงโมเดล โดยกำชับให้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ใช้ความอดทน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม“

แหล่งข่าว ยังเชื่อว่า การชุมนุมของ นิสิต นักศึกษา จะไม่รุนแรง เพราะรัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเร่งชี้แจง ทำความเข้าใจกับครอบครัว สถาบันการศึกษา  รวมทั้งค้นหาต้นตอการเผยแพร่ข้อมูล ชักชวนให้ไปเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพของม็อบคอซอง และให้ข้อมูลอีกด้านเพื่อให้เด็กได้พิจารณา อย่างไรก็ตาม น่าสนใจว่านักเรียนที่ออกมาชุมนุมนั้น เป็นนักเรียนหญิงถึง 95%

ทั้งนี้ ยังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนจากต่างจังหวัดที่จะเข้ามาผนึกกำลังกับกลุ่มประชาชนปลดแอก โดยเฉพาะกลุ่มพีมูฟ ที่เรียกร้องกดดันให้รัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร แรงงาน กลุ่มเปราะบางทางสังคม ฯลฯ ที่ขณะนี้ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 ซึ่งหากมีการเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ก็อาจมีการปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ