ข่าว

เปิดใจพี่สาว นศ.ถูกรุ่นพี่สั่งทำโทษจนช็อกดับ คาใจข้อมูล 2 ด้านไม่สอดคล้อง

เปิดใจพี่สาว นศ.ถูกรุ่นพี่สั่งทำโทษจนช็อกดับ คาใจข้อมูล 2 ด้านไม่สอดคล้อง

21 ส.ค. 2563

เปิดใจพี่สาว ของ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองภูเก็ต ถูกรุ่นพี่สั่งทำโทษจนช็อกดับ คาใจข้อมูล 2 ด้านไม่สอดคล้อง

การเสียชีวิตของ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองภูเก็ต หลังจากที่ถูกรุ่นพี่สั่งลงโทษให้วิ่ง 8 รอบหลังมาซ้อมหลีดช้า จนเกิดอาการช็อกหมดสติถูกหามส่ง รพ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางญาติได้ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต และได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

อ่านข่าว ฉาวอีก รุ่นพี่ ม.ดัง ทำโทษรุ่นน้องจนถึงตาย ญาติเดือดโร่แจ้งความ

อ่านข่าว : ม.ดัง แจงแล้ว นศ.สาวถูกรุ่นพี่สั่งทำโทษจนช็อกดับ ยันไม่ใช่กิจกรรมรับน้อง

โดย น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ พี่สาว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้แจ้งกับครอบครัวว่า น้องเป็นลมและได้นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทางครอบครัวจึงรีบเดินทางไปที่ รพ. เมื่อไปถึงก็พบว่าน้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีหมอและพยาบาลให้การช่วยเหลืออยู่ ทางหมอแจ้งว่าว่าน้องมีอาการหนักซึ่งขัดแย้งกับอาการเป็นลม และทางหมอแจ้งว่าน้องมีเลือดออกในช่องปอด ซึ่งอาการนี้มันยังหาสาเหตุไม่ได้ตามที่ทางมหาวิทยาลัยฯแจ้งว่า เกิดจากอาการเป็นลม

 

จากนั้นวันที่ 20 ส.ค.2563 หมอก็ยังสอบถามว่าสาเหตุของน้องเกิดจากอะไรกันแน่ และในวันนั้น เพื่อนๆ รุ่นพี่และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้เดินทางมาถึง ทางเราจึงได้สอบถามว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรซึ่งดูจากอาการแล้วไม่น่าจะใช่เป็นลม ซึ่งทางอาจารย์ได้แจ้งว่าก่อนเกิดเหตุน้องได้ไปซ้อมหลีด ซึ่งก่อนการซ้อมหลีดจะมีการวิ่งวอร์มร่างกายซึ่งน้องวิ่งได้เพียง 1 รอบก็เกิดอาการเป็นลม

 

จากนั้นเพื่อนๆ เลยนำน้องมาส่งทางโรงพยาบาล ซึ่งอาจารย์และรุ่นพี่น้องๆ เพื่อนๆ เล่าข้อมูลมาเพียงเท่านี้ กระทั่งเมื่อเวลา 18.20 น.ของวันดังกล่าว น้องได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 

 

น.ส.วิลาวรรณ เล่าต่อว่า จากข้อมูลที่พบในเพจต่างๆ เเละจากการสอบถามความจริงกับเพื่อนๆ ของน้อง พบว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกับอาการเป็นลม ซึ่งเพื่อนของน้องให้ข้อมูลว่าน้องได้ถูกทำโทษ หลังจากที่น้องได้มาซ้อมหลีดสาย เนื่องจากต้องทำงานอยู่ที่อีกตึกหนึ่ง โดยรุ่นพี่ได้สั่งให้วิ่งจำนวน 8 รอบ ซึ่งน้องวิ่งได้ในรอบที่ 7 ก่อนจะมีอาการช็อก ตาเหลือก ตาค้าง

 

อย่างไรก็ตามในตอนนี้น้องเสียชีวิตไปแล้วก็ต้องทำใจ ทางครอบครัวเองและทางญาติพี่น้องไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง แต่ยังติดใจว่าทำไมทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับทางครอบครัวและหมอ เพื่อเป็นประโยชน์การรักษา วันนี้จึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อต้องการข้อเท็จจริงจากปากของอาจารย์และรุ่นพี่

 

อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายของน้องๆ และไม่อยากให้มีการกระทำเช่นนี้ก็อีก เพราะบุตรหลานใคร ใครก็รัก ทั้งนี้ น.ส.วิลาวรรณ ยื่นยันว่า น้องสาวเป็นคนที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมจนเข้ามหาลัยชั้นปี 1 หลังจากที่เราเสียชีวิตทางมหาวิทยาลัยได้ติดต่อมาขอจัดการในเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำศพ ซึ่งตอนนี้ศพของน้องยังอยู่ที่โรงพยาบาลคาดว่าจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าเรือ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 

 

 

 

ณัฐวุฒิ ละอองสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ภูเก็ต