ข่าว

ต่อลมหายใจนายจ้าง..'จับกัง1'เร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดฉีดสินเชื่อจ้างงาน 30,000 ล้านบาท

ต่อลมหายใจนายจ้าง..'จับกัง1'เร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดฉีดสินเชื่อจ้างงาน 30,000 ล้านบาท

18 ส.ค. 2563

ต่อลมหายใจนายจ้าง สุชาติ ชมกลิ่น 'จับกัง1' เผย กระทรวงแรงงานเร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ระบุสำนักงานประกันสังคม ร่วมมือกับ ธนาคารเอ็กซิมแบ้งค์และยูโอบี อัดฉีดสินเชื่อจ้างงาน 30,000 ล้านบาท พยุงธุรกิจฟื้นตัวจากผลกระทบจากโควิด-19 โดยเร็ว

เมื่อวันที่  18 สิงหาคม 2563 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) เปิดเผยว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะการเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด -19 คลี่คลายลง โดยนำนโยบาย“รวมไทยสร้างชาติ” เข้ามาดำเนินการ เพื่อมีเป้าหมายที่จะผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันวางแผนเพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "สุชาติ" 'จับกัง 1' พึ่งได้ เดินสายของานเอกชน"อุ้มคนตกงาน"

"จากนี้ไปรัฐบาลจะต้องทำงาน โดยดึงทุกภาคส่วน ทุกระดับในสังคม เข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาทมากขึ้น ในการช่วยกันกำหนดอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะการเร่งเยียวยาความเจ็บปวดที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีและประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ที่ต้องตกงานในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจต่างๆ ยังคงการจ้างงานลูกจ้างของธุรกิจต่อไป และให้ภาคธุรกิจต่างๆ ใช้ช่วงเวลานี้ พลิกองค์กรของตัวเองให้กลายเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น"นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม มีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะร่วมกับสถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้แก่สถานประกอบการ โดยโครงการดังกล่าวจะทำข้อตกลงกับธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยสำนักงานประกันสังคมจะสนับสนุนเงินฝากเพื่อให้ธนาคารนำไปปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

และดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันโดยสถานประกอบการที่จะยื่นกู้ได้ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องรักษาสถานภาพการจ้างงานผู้ประกันตน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เป็นระยะเวลา 3 ปี สามารถยื่นกู้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2563 แบ่งเป็น

วงเงิน 18,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 50 คน สามารถกู้ได้ไม่เกินวงเงิน 5 ล้านบาท วงเงิน 9,000 ล้านบาทสำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 51 – 200 คน สามารถกู้ได้ไม่เกิน วงเงิน 10 ล้านบาท และวงเงิน 3,000 ล้านบาทสำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 201 คนขึ้นไป สามารถกู้ได้ไม่เกินวงเงิน 15 ล้านบาท

รมว.แรงงาน   กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถขอหนังสือรับรองสถานะสถานประกอบการ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่ง เพื่อนำไปติดต่อขอยื่นกู้กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2563 มาตรการดังกล่าวจะช่วยเป็นทุนหมุนเวียนและเสริมสร้างสภาพคล่องในสถานประกอบการรักษาสภาพการจ้างงาน ยังทำให้เกิดทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ และพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย