
ไสหัวพวกหากินกับการเลือกตั้ง-คิดแก้รัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2550 วันที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้น พระองค์มีพระราชดำรัสพระราชทานในตอนท้ายว่า
“ขอปวงชนชาวไทย จงมีความสมัครสโมสรเป็นเอกฉันท์ ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธำรงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และนำมาซึ่งความผาสุกสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคล อเนกศุภผลสกลเกียรติยศสถาพรแก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วสยามรัฐสีมา สมดั่งพระบรมราชปณิธานปรารถนาทุกประการ เทอญ”
ดั่งนี้แล้ว อยากรู้นักว่า มีสิ่งหนึ่งประการใดในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 จะนำความเสื่อมเสียมายังสังคมไทยอย่างมหาศาลกระนั้นหรือ กลุ่มคนที่ประกอบอาชีพเป็นนักการเมือง หากินกับการสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทน จึงเหี้ยนกระหือรือจะรื้อ จะหักล้าง และแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งใช้มาไม่ถึง 3 ปีเต็มกันเสียยกใหญ่ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีกำเนิดจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ก่อนนำเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นแล้วอย่างกว้างขวาง และคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ได้นำความเห็นของประชาชนมาเสริมกระทั่งลงตัวทุกประการ จึงจัดให้มีการเลือกตั้ง จนก่อให้เกิดรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ขึ้นมา
ยิ่งพินิจพิจารณาประเด็นที่กลุ่มคนผู้ผลัดกันขึ้นครองอำนาจรัฐจนร่ำรวยเป็นกอบเป็นกำ อยากให้แก้ไข ก็ยิ่งประจักษ์ว่าแก้เพื่อประโยชน์ของพวกมันทั้งสิ้น ไม่ว่าการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์หรือเขตเดียวเบอร์เดียว ประชาชนก็ต้องก้าวเข้าไปในคูหา เพื่อกาบัตรลงคะแนนเสียงเพียงครั้งเดียวดังเดิม… ใครที่คิดจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จงหวนไปอ่านย่อหน้าแรกอีกครั้งนะครับ ว่าการกระทำดังว่า ขัดกับพระบรมราชปณิธานของในหลวง หรือไม่ ? ว่ากันตามจริง ใครเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี ก็น่าจะวางมือทางการเมืองเสียนะครับ นอกจากแผ่นดินจะสูงขึ้นแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถได้เข้ามารับใช้บ้านเมืองบ้าง !
คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาศ ทักษณา



