ข่าว

จับตาโอบามาแก้ปัญหาข่าวกรองล้มเหลวซ้ำซาก

จับตาโอบามาแก้ปัญหาข่าวกรองล้มเหลวซ้ำซาก

10 ม.ค. 2553

มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์

เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐ พยายามยกเครื่องการทำงานของหน่วยข่าวกรองในประเทศ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นหลายระลอก และล้วนมาจากไส้ศึกแทรกซึมมาจากกลุ่มอัล-ไกดา ศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐแทบทั้งนั้น

 ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ อุมาร์ ฟารุก อับดุลมูตัลลับ หนุ่มไนจีเรียวัย 23 ปี ที่ดัดแปลงกางเกงในพยายามก่อเหตุระเบิดเครื่องบินสายการบินนอร์ธเวสต์ เที่ยวบิน 253 ขณะพยายามนำผู้โดยสารและลูกเรือ 290 ชีวิตร่อนลงจอดที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกนในวันคริสต์มาส หรือเหตุการณ์ ฮูมัม คาลิล อาบู-มูลัล อัล-บาลาวี แพทย์ชาวจอร์แดน ที่ทำงานเป็นสายลับให้จอร์แดน และสหรัฐ ที่ก่อเหตุระเบิดพลีชีพสังหารสายลับของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (ซีไอเอ) จนแดดิ้นพร้อมกันถึง 7 คนในอัฟกานิสถาน

 ก่อนจะมารู้ภายหลังว่า จารชนรายนี้ไม่ใช่แค่ "จารชน 2 หน้า" แต่เป็นถึง "ทริปเปิล เอเจนต์" หรือ "จารชน 3 หน้า" ที่ทำงานให้กลุ่มก่อการร้าย อัล-ไกดา ด้วย

 โดยหัวหน้าเครือข่ายอัล-ไกดา ยังออกมายืนยันเรื่องนี้ด้วยการเย้ยว่า บาลาวีเขียนจดหมายลาตายโดยระบุพลีชีพเพื่อเพื่อแก้แค้นให้แก่นักรบอัล-ไกดาที่ถูกสหรัฐสังหารในการโจมตีทางอากาศ

 ความล้มเหลวติดต่อกันหลายครั้งของหน่วยข่าวกรอง ไม่ใช่ปัญหาใหม่ของสหรัฐ แต่เป็นปัญหาคาราคาซังที่เกิดขึ้นติดต่อกันมาหลายรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลสมัย อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ที่รับรู้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 แต่ไม่สามารถนำข้อมูลมาปะติดปะต่อกันได้ หรือรัฐบาล อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่เข้ามารับไม้ต่อ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเหตุวินาศกรรม 9/11 แถมยังเปิดแนวรบใหม่เป็นสงครามอัฟกานิสถาน และสงครามอิรักด้วยการกุข่าวกรองลวงโลกขึ้นเพื่อโค่นรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก

 ต่อมาถึงรัฐบาลของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำคนปัจจุบัน ก็ยังเจอกับปัญหาเดิมๆ ของการไร้ประสิทธิภาพในการเชื่อมระบบงานข่าวกรอง ที่แม้รัฐบาลของบุชจะพยายามปรับโครงสร้างหน่วยข่าวกรองต่างๆ เข้าด้วยกันแล้ว แต่ก็ยังมีช่องโหว่จนเกือบจะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเมื่อวันคริสต์มาส โชคดีที่ แจสเปอร์ ชูริงกา ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเนเธอร์แลนด์ เป็นฮีโร่ ช่วยตะครุบตัวคนร้ายเอาไว้ได้ก่อนที่จะก่อเหตุสำเร็จ

 ล่าสุด ประธานาธิบดีโอบามาได้ออกมาแถลงข่าวเรื่องการสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้ของทำเนียบขาว โดยแอ่นอกยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวจากความผิดพลาดของงานข่าวกรองครั้งนี้

 โอบามาไม่ได้เจาะจงระบุว่าใครเป็นผู้ต้องรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวจากเหตุการณ์วันคริสต์มาส แต่ได้กล่าวโทษโดยรวมต่อ "ชุมชนต่อต้านก่อการร้าย" ที่ล้มเหลวในการเชื่อมโยงจุดต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานข่าวกรองเข้าด้วยกันจนนำไปสู่การป้องกันนายอับดุลมูตัลลับไม่ให้ขึ้นเครื่องบินมาก่อเหตุ

 สาเหตุที่มีการโทษการประสานงานด้านข่าวกรอง เพราะก่อนหน้านี้ อูมารู มูตัลลับ ประธานธนาคารของไนจีเรีย ซึ่งเป็นพ่อของนายอับดุลมูตัลลับ ได้แจ้งสถานทูตสหรัฐในกรุงอาบูจา ไนจีเรีย และหน่วยความมั่นคงของไนจีเรียตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้วเกี่ยวกับพฤติกรรมหัวรุนแรงของลูกชาย จากนั้นชื่อของนายอับดุลมูตัลลับ ก็ถูกอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ต้องเฝ้าจับตาด้านการก่อการร้ายทั่วไปของทางการสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องตรวจสอบเข้มงวดหรือกลุ่มรายชื่อห้ามขึ้นเครื่องบิน

 ประเด็นนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยทั้งจากวุฒิสมาชิกสหรัฐ และพ่อของนายอับดุลมูตัลลับว่า ทำไมยังมีการปล่อยให้นายอับดุลมูตัลลับขึ้นเครื่องบินได้ทั้งที่มีการเตือนให้ระวังแล้ว ไม่นับรวมระเบิดดัดแปลงในกางเกงในที่หลุดการตรวจรักษาความปลอดภัยของสนามบินเข้ามาด้วย

 ขณะที่สื่อยังรายงานด้วยว่า เขาให้ปากคำว่าเคยรับการอบรมที่ค่ายฝึกก่อการร้ายของเครือข่ายอัล-ไกดาในเยเมน และได้รับสารพีอีทีเอ็น รวมทั้งเข็มฉีดยาที่ใช้บรรจุวัตถุระเบิดนี้จากผู้เชี่ยวชาญระเบิดที่เกี่ยวข้องกับอัล-ไกดาในเยเมนด้วย

 เพื่อปรับปรุงความรวดเร็วด้านงานข่าวกรอง โอบามาได้ออกคำสั่งให้สำนักงานต่างๆ ทบทวนและปรับเปลี่ยนกฎระเบียบอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลต่างๆ จะได้รับการแบ่งปันไปถึงกันอย่างรวดเร็ว และได้รับการวิเคราะห์อย่างครอบคลุม

 แต่กระนั้น หลายฝ่ายก็ได้ออกมาเตือนว่า เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อมโยง "จุด" ต่างๆ เข้าด้วยกัน และแทบจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บรายละเอียดของข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพราะยกตัวอย่างข้อมูลของนายอับดุลมูตัลลับนั้น ก็เป็นข้อมูลที่ได้รับเข้ามา แต่อยู่กันกระจัดกระจายในหลายส่วนของศูนย์เก็บข้อมูล

 "มีข่าวกรองมากมายผ่านเข้ามา เหมือนกับแม่น้ำแห่งข้อมูล แต่ความสามารถในการตกปลาขึ้นจากแม่น้ำ ยังคงเป็นความท้าทายเสมอ" แพทริก โรแวน อดีตเจ้าหน้าที่ต่อต้านก่อการร้ายของกระทรวงยุติธรรมสมัยรัฐบาลบุชกล่าว เช่นเดียวกับ ไมเคิล เจคอบสัน หนึ่งในผู้สอบสวนให้คณะกรรมการ 11 กันยายน 2511 ที่ระบุว่า ปัญหาที่โอบามากล่าวถึงนั้นยากที่จะแก้ เพราะแม้จะมีเครื่องบินสอดแนมดีขึ้น ได้รับข้อมูลมากขึ้น แต่การจะพิจารณาข้อมูลทั้งหมดก็ยังคงเป็นเรื่องยาก

 แต่เพื่อประสิทธิภาพการปกป้องประเทศ คำสั่งของโอบามาเพื่อให้ "ชุมชนข่าวกรอง" ปรับเปลี่ยนมุมมองนั้น ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนวิธีการทำงาน

 แต่เป็นการบอกให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้ดีขึ้นและเร็วขึ้นต่างหาก