ข่าว

"หมอธีระ" เตือนไทยระวังหายนะ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกทะลุ 22 ล้านคน

"หมอธีระ" เตือนไทยระวังหายนะ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกทะลุ 22 ล้านคน

18 ส.ค. 2563

"หมอธีระ" เตือนไทยระวังหายนะ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกทะลุ 22 ล้านคน

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทย์ศาสตน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยระบุข้อความว่า สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลก 18 สิงหาคม 2563 ตอนนี้ยอดรวม 21,981,219 คน ตอนสายจะทะลุ 22,000,000 คน เมื่อวานติดเพิ่ม 190,023 คน ตายเพิ่ม 3,923 ค

- อเมริกา ติดเพิ่ม 37,804 คน รวม 5,600,693 คน

- บราซิล ติดเพิ่ม 19,374 คน รวม 3,359,570 คน

- อินเดีย ติดเพิ่ม 54,288 คน รวม 2,701,604 คน

- รัสเซีย ติดเพิ่ม 4,892 คน รวม 927,745 คน

- แอฟริกาใต้ เม็กซิโก ติดเพิ่มกันหลายพัน เปรูยังไม่มีรายงาน

- เยอรมัน อิหร่าน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ติดกันหลักพันอย่างต่อเนื่อง

หลายประเทศในยุโรป รวมถึงแคนาดา ปากีสถาน ออสเตรเลีย ติดกันหลายร้อย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เกาหลีใต้ ขยับมาเป็นหลักร้อยเช่นกัน ส่วนจีน ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ติดเพิ่มกันหลักสิบ และนิวซีแลนด์เมื่อวานมีรายงานเพิ่มอีก 9 สำหรับเวียดนาม ตอนนี้การระบาดระลอกสองยังเป็นไปต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่า จำนวนคนที่ติดเชื้อใหม่นั้น มีทั้งจากการติดเชื้อภายในประเทศเอง และจากการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ดูสถานการณ์เค้าแล้วหวนมาพิจารณาของไทยเรา ตอนนี้เรามีเคสใหม่มาจากคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนที่เป็นคนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศตามกฎเกณฑ์ที่ศบค.อนุญาต แต่เรายังไม่มีการระบาดในประเทศ...หวังใจว่า เราจะช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำเหมือนประเทศอื่นๆ ได้

รัฐควรลด ละ เลิก การนำความเสี่ยงเข้ามาจากต่างประเทศหากไม่จำเป็นอย่างยิ่งยวด และควรหากลไกที่จะช่วยทำให้ทุกคนในสังคมที่มีความคิดความเชื่อหลากหลาย ได้สามารถที่จะนำเสนอแนวคิดแก้ไขปัญหาประเทศผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการรวมตัวกันในลักษณะชุมนุมแออัด ยังยืนยันว่า ฟองสบู่ท่องเที่ยวจำเป็นต้องยุติไปก่อนอย่างน้อยอีก 6 เดือน เพราะสถานการณ์การระบาดรุนแรงทั่วโลก หากทำ หายนะแน่นอน

นอกจากนี้ ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่รัฐควรจัดจุดบริการตรวจโควิด ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในชุมชน นอกเหนือไปจากในสถานพยาบาล ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้ เวลาฉุกละหุก จะวุ่นวายมาก วันก่อน Bloomberg รายงานว่า ยอดการกินพิซซ่าในอเมริกานั้นมากขึ้น แต่ปัญหาที่กำลังประสบอยู่ตอนนี้คือ ขาดแคลนคนงานในโรงงานสุกร และส่งผลให้ราคาเนื้อหมูแพงขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มีโอกาสที่จะขาดแคลน pepperoni ซึ่งเป็นพิซซ่าหน้ายอดนิยมในอเมริกาอีกด้วย ที่เล่ามานั้นก็เป็นตัวอย่างผลกระทบของโควิดต่อเรื่องอื่นๆ ที่เราเจอในชีวิตประจำวันได้ อย่างที่เคยบอกไปวันก่อนว่า ถ้าการระบาดยังรุนแรงไปเรื่อยๆ อีกสัก 6 เดือน จะเจอผลกระทบอื่นๆ ได้ เช่น การขาดแคลนยา เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ดังนั้นจึงควรเตรียมแผนรองรับไว้ด้วย ทั้งระดับประเทศเอง และทั้งระดับประชาชนแต่ละคน หากใครมีโรคประจำตัวที่ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง ก็ควรที่จะสำรองยาไว้เผื่อเช่นกัน แต่ก็ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลประจำตัวด้วยนะครับ

ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร พูดน้อยลง ลดการตะโกนตะเบ็ง พบปะคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรหยุดเรียน หยุดงาน และรีบไปตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยตัดวงจรการระบาดได้ ประเทศไทยต้องทำได้ ด้วยรักต่อทุกคน รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย